สถาบัน MIT เล็งทบทวนความสัมพันธ์บริษัท AI จีน หลังรัฐบาลสหรัฐขึ้นบัญชีดำบริษัทเทคโนโลยีจีน

ข่าวเทคโนโลยี 9 ตุลาคม พ.ศ. 2562 09:35 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) เตรียมทบทวนความสัมพันธ์กับบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีนอย่าง SenseTime ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกกระทรวงพาณิชย์สหรัฐขึ้นบัญชีดำ โดยอ้างว่าบริษัทเหล่านี้มีส่วนในการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิมซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในเขตปกครองตนเองซินเจียง แถลงการณ์จากโฆษก MIT ระบุว่า ทางสถาบันจะทบทวนความสัมพันธ์ทั้งหมดกับบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำดังกล่าว และอาจมีการปรับเปลี่ยนขอบข่ายความร่วมมือหากจำเป็น SenseTime เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีศิษย์เก่าของสถาบัน MIT เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง โดยเป็นสตาร์ทอัพด้าน AI ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก และถูกมองว่าจะดึงดูดเงินลงทุนได้มหาศาลเมื่อเปิดเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO)

เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้ MIT ต้องยุติความร่วมมือกับ SenseTime หลังจากที่เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา MIT ได้ประกาศยุติการให้ความร่วมมือกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ และแซดทีอี คอร์ป หลังจากผลการสอบสวนของรัฐบาลสหรัฐระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั้งสองแห่งของจีนได้ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรที่บังคับใช้โดยสหรัฐ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศขึ้นบัญชีดำต่อบริษัทเทคโนโลยีและองค์กรอื่น ๆ ของจีนรวมกัน 28 แห่ง โดยอ้างว่าบริษัทเหล่านี้ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวมุสลิม ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในเขตปกครองตนเองซินเจียง

การประกาศดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนด้วยเหตุผลด้านสิทธิมนุษยชน จากเดิมที่เคยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ อย่างที่เคยทำกับบริษัทหัวเว่ย

แถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า บริษัทเหล่านี้มีการข่มเหง คุมขังบุคคลตามอำเภอใจ และใช้เทคโนโลยีสอดส่องชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นชาวมุสลิมกลุ่มน้อยในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งสหรัฐมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ บริษัทจีนที่ถูกขึ้นบัญชีดำเหล่านี้จะไม่สามารถทำธุรกิจกับบริษัทสหรัฐได้ หากไม่ได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐ โดยบริษัทรายใหญ่ๆที่ถูกขึ้นบัญชีดำรอบนี้ มีทั้งบริษัทกล้องวงจรปิดยักษ์ใหญ่อย่าง Hikvision และ Dahua Technology ไปจนถึงบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่าง SenseTime และ Megvii


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ