ทำเนียบขาวและผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์ว่า การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในวันศุกร์ที่ 15 ส.ค.นี้ จะไม่ส่งผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อการยุติสงครามในยูเครน
นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ปธน.ทรัมป์จะเข้าพบปธน.ปูตินเพื่อรับฟังความเห็นของผู้นำรัสเซีย
"นี่เป็นเพียงการประชุมเพื่อรับฟังความเห็นสำหรับท่านประธานาธิบดี โดยจะมีเพียงฝายเดียวที่เข้าร่วมสงครามที่เข้าร่วมการประชุม ดังนั้นนี่คือโอกาสที่ท่านประธานาธิบดีจะทำความเข้าใจให้ชัดเจนและลึกซึ้งว่าพวกเราจะสามารถช่วยยุติสงครามนี้ได้อย่างไร" นางเลวิตต์กล่าววานนี้
ถ้อยแถลงของนางเลวิตต์ถือเป็นการลดกระแสความคาดหวังที่ว่า การประชุมสุดยอดของผู้นำทั้งสองที่รัฐอะแลสกาจะสามารถช่วยยุติสงครามในยูเครน
นายเบนจามิน ก็อดวิน ผู้บริหารของบริษัท PRISM Strategic Intelligence กล่าวในรายการ Europe Early Edition ของสำนักข่าว CNBC ในวันนี้ว่า แนวคิดการแลกเปลี่ยนดินแดนได้ลดโอกาสประสบความสำเร็จของการประชุมสุดยอดในอะแลสกา
"ทั้งหมดนี้อยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่า พื้นฐานของการประชุมนี้ตั้งอยู่บนสิ่งที่ทั้งชาวยูเครน ชาวยุโรป และแม้แต่ชาวอเมริกันเองก็ไม่สามารถยอมรับได้ ดังนั้น สิ่งที่เราเห็นจากถ้อยแถลงของคุณแคโรไลน์ เลวิตต์ คือการที่ทำเนียบขาวลดกระแสความคาดหวังลงเรื่อยๆ ในช่วงหลายวันก่อนการประชุม"
"นี่เป็นโอกาสดีสำหรับปูตินที่จะดูยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งบนเวทีโลก และก็เป็นโอกาสดีสำหรับทรัมป์ด้วย เพราะเขาชอบอยู่ในเหตุการณ์ใหญ่ ๆ แบบนี้ แต่สุดท้ายแล้วจะเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ไหม? มันดูเป็นไปได้ยาก" นายก็อดวินกล่าว
ด้านนางคายา คัลลาส รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าว CNBC ว่า "สิ่งที่ปธน.ปูตินทำคือ การแสร้งทำเป็นเจรจา โดยไม่มีผู้นำยูเครนอยู่บนโต๊ะเจรจา สิ่งนี้ทำให้เห็นชัดว่าเขาไม่ต้องการเจรจาจริง ๆ เขาเพียงต้องการถ่ายภาพร่วมกับประธานาธิบดีทรัมป์ รวมทั้งยืดเวลาการคว่ำบาตรออกไป"