สหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่าทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกอายัดไว้ภายในกลุ่มมีมูลค่าราว 2.1 แสนล้านยูโร (2.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรที่บังคับใช้กับรัสเซียจากกรณีรุกรานยูเครน
ยูเครนและสมาชิกบางประเทศของ EU อย่างโปแลนด์และกลุ่มรัฐบอลติกเรียกร้องให้มีการยึดทรัพย์สินเหล่านี้มาใช้สนับสนุนยูเครน ขณะที่ฝรั่งเศส เยอรมนี และเบลเยียมซึ่งถือครองสินทรัพย์ส่วนใหญ่กลับไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า EU ได้จัดสรรผลกำไรในอนาคตจากทรัพย์สินเหล่านี้ไว้สำหรับการชำระหนี้ที่เกิดจากความช่วยเหลือแก่ยูเครนแล้ว อีกทั้งยังตั้งคำถามถึงความชอบธรรมทางกฎหมายในการยึดทรัพย์สินเหล่านั้น
บรรดานักการทูตชี้ว่า ประเด็นถกเถียงในปัจจุบันเริ่มเบี่ยงไปสู่การพิจารณาว่าควรนำเงินดังกล่าวไปใช้ในลักษณะใดหลังสงครามยูเครนสิ้นสุดลง
คายา คัลลาส หัวหน้านโยบายการต่างประเทศของ EU กล่าวในวันนี้ (30 ส.ค.) ก่อนการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศที่กรุงโคเปนเฮเกนว่า การคืนทรัพย์สินที่อายัดไว้ให้รัสเซียจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากรัสเซียยังไม่จ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม
เธอระบุว่า ต่อให้มีการหยุดยิงหรือบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ก็ไม่อาจจินตนาการได้ว่าทรัพย์สินเหล่านี้จะถูกส่งคืนโดยไม่มีการชดเชย