กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกมาคัดค้านการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่จะเพิกถอนสถานะ "ผู้ใช้ปลายทางที่ผ่านการตรวจสอบ" (Validated End-User - VEU) ของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ 3 แห่งที่ดำเนินการในประเทศจีน พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ แก้ไขความผิดพลาดดังกล่าวทันที
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของจีนมีขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 ส.ค.) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ประกาศถอดบริษัท Intel Semiconductor (Dalian) Co., Ltd., Samsung China Semiconductor Co., Ltd. และ SK Hynix Semiconductor (China) Ltd. ออกจากรายชื่อ VEU ซึ่งหมายความว่าบริษัทเหล่านี้จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการขอใบอนุญาตส่งออกได้โดยสะดวกอีกต่อไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินงานของบริษัทและห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม
โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนกล่าวในแถลงการณ์เมื่อคืนวันเสาร์ว่า จีนได้รับทราบถึงประกาศของสหรัฐฯ และระบุว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นอุตสาหกรรมที่มีการเชื่อมโยงระหว่างประเทศสูง และได้พัฒนามาเป็นระบบนิเวศที่มีความเชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นมานานหลายทศวรรษ โดยได้รับอิทธิพลจากทั้งกลไกตลาดและการตัดสินใจทางธุรกิจ
การกระทำของสหรัฐฯ ที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ส่วนตน และได้เปลี่ยนมาตรการควบคุมการส่งออกให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก และจีนขอคัดค้านการตัดสินใจดังกล่าวของสหรัฐฯ
จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ แก้ไขความผิดพลาด และปกป้องความมั่นคงและเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมทั้งยืนยันว่าจีนจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทจีนอย่างหนักแน่น
ทั้งนี้ โครงการ Validated End-User (VEU) เป็นโครงการที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าเทคโนโลยีขั้นสูงระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศที่มีคุณสมบัติเหมาะสม การได้รับสถานะ VEU จะช่วยลดภาระด้านการขอใบอนุญาต โดยเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกสามารถจัดส่งสินค้าที่กำหนดไปยังหน่วยงานที่ได้รับการอนุมัติล่วงหน้าภายใต้ใบอนุญาตทั่วไป แทนที่จะต้องยื่นขอใบอนุญาตส่งออกหลายฉบับสำหรับแต่ละรายการ