ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ โดยได้ไล่ส่งนางแนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งได้ประกาศว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในปีหน้า และจะอำลาตำแหน่งสมาชิกสภาคองเกรสเมื่อสิ้นสุดวาระปัจจุบัน
'แนนซี เพโลซี นักการเมืองรุ่นเก่าที่ล้มเหลว ซึ่งเคยพยายามถอดถอนผมถึงสองครั้งแต่ไม่สำเร็จ ในที่สุด เธอก็ได้ "ยอมวางมือ" เสียที'
'เธอได้สร้างความร่ำรวยอย่างผิดกฎหมายในตลาดหุ้น, หลอกลวงชาวอเมริกัน และเป็นหายนะสำหรับอเมริกา'
'ผมดีใจที่ได้เห็นกลิ่นเหม็นของแนนซี เพโลซี หายไปในที่สุด!!!' ปธน.ทรัมป์ระบุ
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์และนางเพโลซีถือเป็นคู่ปรับทางการเมืองมาอย่างยาวนาน โดยเหตุการณ์ซึ่งกลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก เกิดขึ้นในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ปธน.ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก และมีพิธีแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส (State of the Union)
ในวันดังกล่าว ปธน.ทรัมป์ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อสมาชิกรัฐสภาและมีการถ่ายทอดสดแก่ชาวอเมริกันและผู้ชมทั่วโลก โดยมีการกล่าวถึงผลงานของรัฐบาล รวมทั้งนโยบายที่จะนำมาใช้ในอนาคต
บรรยากาศในสภาคองเกรสมีความตึงเครียดอย่างมากในวันนั้น เพราะเป็นช่วงที่ปธน.ทรัมป์กำลังเผชิญกระบวนการถอดถอน ซึ่งมีนางเพโลซี ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฏร เป็นผู้นำในการถอดถอน โดยขณะที่ปธน.ทรัมป์เดินเข้าสู่ห้องประชุมสภา นางเพโลซีได้ยื่นมือเพื่อจับมือทักทายตามมารยาท แต่ปธน.ทรัมป์ไม่ยื่นมือให้นางเพโลซี แต่กลับหันไปทางอื่น ซึ่งทำให้นางเพโลซีดูเหมือนถูกเมินจากปธน.ทรัมป์อย่างจงใจ
ต่อมา ปธน.ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ยาวกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งสมาชิกพรรครีพับลิกันต่างปรบมือและลุกขึ้นยืนหลายครั้ง แต่นางเพโลซี ซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังบนแท่นประธานสภา แสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
และเมื่อทันทีที่ปธน.ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์จบ นางเพโลซีก็ได้หยิบสำเนาสุนทรพจน์ขึ้นมา แล้วฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ต่อหน้ากล้องถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ซึ่งเธอบอกภายหลังว่า การกระทำนี้เป็น "การแสดงออกที่สุภาพที่สุดที่ดิฉันสามารถทำได้ ภายใต้สถานการณ์แบบนั้น"
ฝ่ายสนับสนุนปธน.ทรัมป์มองว่า การกระทำของนางเพโลซีเป็นการไม่ให้เกียรติประธานาธิบดีและประเทศชาติ แต่ฝ่ายสนับสนุนมองว่าเป็น การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อความไม่จริงใจและการบิดเบือนของปธน.ทรัมป์ในการกล่าวสุนทรพจน์
คลิปวิดีโอและภาพนิ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัลทันทีในสื่อและโซเชียลมีเดียทั่วโลก และตอกย้ำความขัดแย้งที่บาดลึกระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยเฉพาะระหว่างปธน.ทรัมป์และนางเพโลซี