ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เตรียมเป็นเจ้าภาพต้อนรับประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ ในการเยือนจีนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ (4 ม.ค.) สะท้อนความพยายามของจีนในการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่ทวีความรุนแรงจากประเด็นไต้หวัน
การเยือนครั้งนี้นับเป็นการพบกันครั้งที่สองของผู้นำทั้งสองภายในระยะเวลาไม่ถึงสองเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สั้นผิดปกติในทางการทูต และส่งสัญญาณถึงความต้องการของจีนในการยกระดับความร่วมมือกับเกาหลีใต้ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว
นักวิเคราะห์ประเมินว่า การเชิญผู้นำเกาหลีใต้เยือนจีนในช่วงนี้เป็นกลยุทธ์ของจีนในการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยเฉพาะก่อนประธานาธิบดีอีจะเดินทางเยือนญี่ปุ่น
รายงานระบุว่า การเดินทางเยือนจีนของผู้นำเกาหลีใต้เกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นอยู่ในจุดต่ำสุดในรอบหลายปี นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ว่า วิกฤตการณ์ในไต้หวันอาจคุกคามความอยู่รอดของญี่ปุ่นจนต้องใช้สิทธิป้องกันตนเอง
ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้ภายใต้การนำของประธานาธิบดีอี แสดงท่าทีชัดเจนในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับจีน พร้อมยอมรับว่าจีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของประเทศ โดยเกาหลีใต้พยายามดำเนินนโยบายถ่วงดุลทางการทูต และเพิ่มน้ำหนักความร่วมมือกับจีน เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพของประเทศ
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีอีเคยระบุเมื่อเดือนธ.ค. ว่า เกาหลีใต้จะไม่เลือกข้างในข้อพิพาททางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่น