อีวาน กิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเวเนซุเอลา เปิดเผยว่า เวเนซุเอลาได้ยื่นคำร้องเพื่อขอเปิดประชุมด่วนต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในวันนี้ (3 ม.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีประเทศครั้งใหญ่
"เพื่อตอบโต้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่ก่ออาชญากรรมรุกรานชาติของเรา เราจึงได้ร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่รักษากฎหมายระหว่างประเทศ เปิดประชุมเป็นการเร่งด่วน" รมว.ต่างประเทศตุรกีกล่าวผ่าน Telegram พร้อมเสริมว่า "การโจมตีที่ขี้ขลาดนี้จะไม่สามารถเอาชนะความเข้มแข็งของประชาชน และเราจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ"
ขณะเดียวกัน ทางการเวเนซุเอลาได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ พร้อมกล่าวหาว่าสหรัฐฯ มุ่งเป้าโจมตีทั้งสถานประกอบการพลเรือนและฐานทัพทหารในหลายรัฐทั่วประเทศ
การโจมตีครั้งนี้ได้รับการยืนยันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุว่าเป็นปฏิบัติการโจมตี "ขนานใหญ่" และอ้างว่าสามารถควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมภริยาออกนอกประเทศแล้ว ท่ามกลางความตึงเครียดที่สะสมมานานหลายเดือนจากข้อกล่าวหาว่าผู้นำเวเนซุเอลามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด
ในหนังสือที่ส่งถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เวเนซุเอลาได้กล่าวหาว่าสหรัฐฯ กำลังทำ "สงครามล่าอาณานิคม" โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายรัฐบาลและปล้นสะดมทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
ซามูเอล มอนกาดา ผู้แทนถาวรเวเนซุเอลาประจำสหประชาชาติ ได้ส่งหนังสือถึง อาบูการ์ ดาฮีร์ ออสมัน ผู้แทนถาวรโซมาเลียในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงประจำเดือนมกราคม โดยระบุว่าการกระทำของสหรัฐฯ เป็นการ "ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างโจ่งแจ้ง"
มอนกาดาระบุว่า เวเนซุเอลายึดถือแนวทางสันติภาพระหว่างประเทศมาโดยตลอด ในขณะที่สหรัฐฯ "ตอกย้ำสถานะการเป็นผู้รุกรานรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ตลอดสองศตวรรษที่ผ่านมา"
นอกจากนี้ ทูตเวเนซุเอลายังระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ คือสงครามล่าอาณานิคมที่มีเป้าหมายเพื่อล้มล้างรัฐบาลของมาดูโร และพยายามตั้ง "รัฐบาลหุ่นเชิด" เพื่ออำนวยความสะดวกในการปล้นสะดมทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงแหล่งน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดในโลก