ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตือนว่า เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา "อาจต้องชดใช้อย่างสาสมและหนักยิ่งกว่าประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร หากเธอยังคงปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ"
"หากเธอไม่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เธอก็จะต้องชดใช้อย่างสาสม และอาจจะหนักยิ่งกว่ามาดูโรเสียอีก" ปธน.ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับนิตยสารดิแอตแลนติก (The Atlantic) โดยปธน.มาดูโรได้ถูกกองทัพสหรัฐฯ ควบคุมตัวออกนอกประเทศเมื่อช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ (3 ม.ค.) และอยู่ภายใต้การคุมขังในนครนิวยอร์กเพื่อรอการพิจารณาคดีในข้อหาก่อการร้ายด้วยยาเสพติด (Narco-terrorism)
นิตยสารดิแอตแลนติกระบุว่า ปธน.ทรัมป์ยืนยันชัดเจนว่า เขาจะไม่อดทนกับท่าทีที่ปฏิเสธอย่างท้าทายของโรดริเกซ ที่มีต่อการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังเน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์อย่างที่สุด พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า เวเนซุเอลาอาจไม่ได้เป็นประเทศสุดท้ายที่ถูกแทรกแซงจากสหรัฐฯ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่ออีกสำนักเมื่อเช้าวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ว่า ปธน.ทรัมป์จะยังคงเปิดกว้างให้กับทุกทางเลือกในวิธีการที่จะบริหารจัดการเวเนซุเอลา รวมถึงประเมินว่า รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลาจะสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องหรือไม่ และสหรัฐฯ จะไม่ตัดความเป็นไปได้ในคงกำลังทหารสหรัฐฯ ไว้ในเวเนซุเอลาในอนาคต
รูบิโอกล่าวถึงโรดริเกซผ่านสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส (CBS) ว่า "เราคาดหวังที่จะเห็นการยอมปฏิบัติและความร่วมมือที่มากขึ้นกว่าที่เราเคยได้รับก่อนหน้านี้ โดยเป้าหมายของเราเกี่ยวกับผลกระทบของเวเนซุเอลาที่มีต่อผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ นั้นไม่เปลี่ยนแปลง และเราต้องการให้ปัญหาเหล่านั้นได้รับการแก้ไข เราต้องการให้การลักลอบค้ายาเสพติดยุติลง และไม่ต้องการให้สมาชิกแก๊งอาชญากรเดินทางเข้ามาหาเราอีกต่อไป"
ขณะเดียวกัน รายงานจากนิวยอร์กไทมส์ (New York Times) ที่อ้างอิงเจ้าหน้าที่เวเนซุเอลาเมื่อวันอาทิตย์ ระบุว่า มีชาวเวเนซุเอลาอย่างน้อย 80 รายเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ศาลฎีกาของเวเนซุเอลามีคำสั่งเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ให้โรดริเกซเข้ารับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลาในช่วงที่มาดูโรไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่การโจมตีเวเนซุเอลาโดยสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดเสียงประณามและความวิตกกังวลไปทั่วโลก