สำนักข่าวซินหัวนำเสนอรายงานจากหนังสือพิมพ์รายวัน Helsingin Sanomat ของฟินแลนด์ที่ตีพิมพ์เมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.) โดยอ้างความเห็นนักวิจัยด้านนโยบายต่างประเทศว่า ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เน้นการตัดสินใจฝ่ายเดียวและแข็งกร้าวมากขึ้น กำลังส่งสัญญาณที่สร้างความกังวลอย่างหนักต่อบรรดาประเทศพันธมิตร
อิโร ซาร์กกา นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิเทศสัมพันธ์แห่งฟินแลนด์ ยกกรณีที่สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา และการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาข่มขู่เรื่องกรีนแลนด์อีกครั้ง เป็นข้อพิสูจน์ว่าสหรัฐฯ เริ่มดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างก้าวร้าวมากขึ้นโดยไม่สนเสียงทักท้วงจากใคร ทั้งยังลดความสำคัญของกฎหมายระหว่างประเทศและละเมิดอธิปไตยของชาติอื่นอย่างเห็นได้ชัด
รายงานระบุว่า สหรัฐฯ กำลังขับเคลื่อนนโยบายโดยยึดผลประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง และพยายามผลักดันแนวคิดนี้ในการเมืองระดับโลกอย่างรุนแรงกว่าในอดีต
ซาร์กกาชี้ว่า แม้การโจมตีเวเนซุเอลาจะผิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่มักประกาศว่าเคารพอธิปไตยของผู้อื่น แต่ในทางปฏิบัติกลับหาข้อยกเว้นให้ตัวเองเสมอโดยอ้างเรื่องผลประโยชน์ของตนที่มีอยู่ทั่วโลก
"นี่คือสัญญาณเตือนที่น่าหวั่นใจสำหรับฟินแลนด์และพันธมิตรหลักของสหรัฐฯ ทุกประเทศ" นักวิจัยกล่าวซาร์กกาประเมินว่า หากรัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มใช้กำลังกดดันเดนมาร์กในประเด็นกรีนแลนด์ อาจสร้างความร้าวฉานอย่างรุนแรงภายในองค์การ NATO และทำลายความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศต่าง ๆ รวมถึงฟินแลนด์ด้วย
ซาร์กกามองว่า สาเหตุสำคัญที่สหรัฐฯ ออกมาข่มขู่เช่นนี้เป็นเพราะต้องการครอบครองทรัพยากรธรรมชาติในกรีนแลนด์ พร้อมเสริมว่า ท่าทีที่เอาตัวเองเป็นใหญ่ของสหรัฐฯ ทำให้ประเทศอื่น ๆ ไม่สามารถวางใจได้อีกต่อไปว่าอธิปไตยของตนจะได้รับการเคารพจากรัฐบาลสหรัฐฯ