เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (8 ม.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศกลางรายการฟ็อกซ์นิวส์ ยืนยันว่าสหรัฐฯ พร้อมยกระดับปฏิบัติการ เตรียมเปิดฉากโจมตีทางบกเพื่อกวาดล้างแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่อย่างเต็มรูปแบบ
ทรัมป์ระบุว่า "เราจัดการยาเสพติดที่ลักลอบเข้ามาทางน้ำไปได้แล้วถึง 97% และก้าวต่อไปคือการเปิดฉากถล่มแก๊งค้ายาทางบก" พร้อมกล่าวว่า "ตอนนี้พวกแก๊งค้ายานั่นแหละที่บงการเม็กซิโกอยู่" แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของแผนการถล่มครั้งนี้ก็ตาม
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังกองทัพสหรัฐฯ ลุยปฏิบัติการไล่ล่าเรือขนยาเสพติดในทะเลแคริบเบียนมานานหลายเดือน รวมถึงข่าวใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ส่งหน่วยจู่โจมบุกรวบตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมภริยา ก่อนคุมตัวส่งนิวยอร์กเพื่อดำเนินคดี ทั้งข้อหาค้ายาเสพติดและคดีอาญาในระดับรัฐบาลกลาง
นอกจากเรื่องยาเสพติด ทรัมป์ยังเผยแผนทำรายได้มหาศาลจากการขายน้ำมันของเวเนซุเอลา โดยระบุว่า "เรากำลังดึงมูลค่าน้ำมันเป็นพัน ๆ ล้านดอลลาร์ออกมา และตัวเลขจะพุ่งไปถึงระดับล้านล้านดอลลาร์แน่นอน เราจะปักหลักอยู่ที่นั่นจนกว่าจะจัดการประเทศนั้นให้เข้าที่เข้าทาง"
ขณะเดียวกัน ทรัมป์คาดหวังจะให้ยักษ์ใหญ่น้ำมันสหรัฐฯ เข้าไปฟื้นฟูอุตสาหกรรมในเวเนซุเอลา ซึ่งมีรายงานว่าทำเนียบขาวกำลังเร่งขยายวงประชุมกับเหล่าผู้บริหารบริษัทน้ำมันในวันนี้ (9 ม.ค.) ท่ามกลางกระแสความคลางแคลงใจจากกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่หลายแห่ง
ทางด้านการเมือง ทรัมป์แย้มว่าเตรียมรอพบ มาริอา โกรินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลาที่จะเดินทางมาวอชิงตันในสัปดาห์หน้า แม้ก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะเคยสบประมาทเธอไว้ว่า "ไม่มีเสียงสนับสนุนและไม่ได้รับความเคารพในประเทศ" พร้อมปิดโอกาสเรื่องการเลือกตั้งในเวเนซุเอลาว่ายังไม่มีทางเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้แน่นอน
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า หน้าที่หลักของเขาตอนนี้คือการทำให้เวเนซุเอลามีเสถียรภาพ และต้องทำให้แน่ใจว่ารัฐบาลรักษาการของเวเนซุเอลา "ยอมรับฟังและทำตามที่สหรัฐฯ สั่ง" เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของอเมริกา