โพลล์ชี้ชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 5 หนุนสหรัฐเข้าฮุบกรีนแลนด์

ข่าวต่างประเทศ Thursday January 15, 2026 01:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ผลสำรวจความคิดเห็นพบว่า ชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่เห็นด้วยกับความพยายามของรัฐบาลสหรัฐในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์

ทั้งนี้ ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ที่จัดทำขึ้นในสัปดาห์นี้ พบว่า มีเพียง 17% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่าจะให้การสนับสนุนการดำเนินการของสหรัฐในการเข้ายึดครองกรีนแลนด์

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า ในกลุ่มสมาชิกพรรครีพับลิกัน มีจำนวน 40% ที่เห็นด้วยกับความพยายามดังกล่าว ขณะที่ในกลุ่มสมาชิกพรรคเดโมแครต มีผู้สนับสนุนเพียง 2%

อย่างไรก็ดี สมาชิกพรรครีพับลิกันและเดโมแครตต่างก็มีความเห็นคัดค้านการใช้กำลังทหารของสหรัฐเพื่อยึดครองกรีนแลนด์ โดย 71% ของผู้ถูกสำรวจทั้งหมด ระบุว่าไม่ใช่ความคิดที่ดี

ผลสำรวจยังพบว่า 66% ของชาวอเมริกันเชื่อว่า ความพยายามของสหรัฐในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์อาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ของสหรัฐกับองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และประเทศต่าง ๆ ในยุโรป

สำนักข่าว NBC รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลือกใช้แนวทางการซื้อกรีนแลนด์ สหรัฐก็อาจพร้อมยื่นข้อเสนอราว 700,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 22 ล้านล้านบาท เพื่อแลกกับเกาะแห่งนี้

รายงานระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐมีส่วนร่วมในการประเมินมูลค่าทางการเงินของกรีนแลนด์ ซึ่งพวกเขาเห็นว่าการซื้อกรีนแลนด์มีความจำเป็นต่อการสร้างแนวกันชนเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาร์กติก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุอย่างชัดเจนว่า สหรัฐจำเป็นต้องเข้าครอบครองกรีนแลนด์ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนาโต

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ย้ำว่า หากกรีนแลนด์ไม่ได้อยู่ในการครอบครองของสหรัฐ สิ่งนี้จะไม่สามารถยอมรับได้

'สหรัฐจำเป็นต้องมีกรีนแลนด์ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงการ "โกลเดนโดม" ที่เรากำลังสร้างขึ้น'

'นาโตควรเป็นผู้นำเพื่อให้เราได้กรีนแลนด์มา หากเราไม่ทำ รัสเซียหรือจีนจะทำ และนั่นเป็นสิ่งที่เราจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเป็นอันขาด!'

'ในด้านการทหาร หากปราศจากอำนาจมหาศาลของสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่ผมได้สร้างขึ้นในสมัยดำรงตำแหน่งวาระแรก และขณะนี้กำลังยกระดับขึ้นไปอีกขั้นที่สูงยิ่งกว่า นาโตจะไม่สามารถเป็นกองกำลังหรือองค์กรยับยั้งที่มีประสิทธิภาพได้เลย ซึ่งห่างไกลจากคำว่ามีประสิทธิภาพอย่างมาก! พวกเขารู้เรื่องนี้ และผมก็รู้เช่นกัน'

'นาโตจะมีความน่าเกรงขามและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากกรีนแลนด์อยู่ในมือของสหรัฐ สิ่งใดก็ตามที่น้อยไปกว่านี้ ถือว่าไม่อาจยอมรับได้'

'ขอขอบคุณสำหรับความสนใจในเรื่องนี้!' ปธน.ทรัมป์ระบุ

ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความดังกล่าว ก่อนที่รัฐบาลสหรัฐจะทำการเจรจาครั้งสำคัญกับเจ้าหน้าที่จากกรีนแลนด์และเดนมาร์กในวันนี้ (14 ม.ค.) ท่ามกลางความพยายามอย่างต่อเนื่องของปธน.ทรัมป์ในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์

ทั้งนี้ นางวิเวียน ม็อตซ์เฟลด์ รัฐมนตรีต่างประเทศกรีนแลนด์ และนายลาร์ส ล็อกเค ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก จะเดินทางมายังทำเนียบขาวเพื่อเจรจากับนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ในประเด็นเกี่ยวกับกรีนแลนด์

การประชุมที่มีเดิมพันสูงครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากนายเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ และนางเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก แสดงจุดยืนร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อตอบโต้ต่อคำขู่ของปธน.ทรัมป์ในการเข้ายึดครองกรีนแลนด์

นายนีลเสน กล่าวว่า กรีนแลนด์ตัดสินใจเลือกเดนมาร์กมากกว่าสหรัฐ แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงความประสงค์ต้องการครอบครองกรีนแลนด์

'หากเราจำเป็นต้องเลือกระหว่างสหรัฐและเดนมาร์กในที่นี่และตอนนี้ เราขอเลือกเดนมาร์ก เราเลือกนาโต ราชอาณาจักรเดนมาร์ก และสหภาพยุโรป'

'ถึงเวลาแล้วที่เราต้องยืนหยัดร่วมกัน การยืนหยัดต่อแรงกดดันที่ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิงจากพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของเรา ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายเลยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ก็มีสัญญาณบ่งชี้ว่าส่วนที่ยากที่สุดอาจยังรออยู่ข้างหน้า' นายนีลเสนกล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับนางเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ที่กรุงโคเปนเฮเกน เมื่อวานนี้ ก่อนการเจรจาครั้งสำคัญระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ที่ทำเนียบขาวในวันนี้

ปธน.ทรัมป์ ซึ่งสนับสนุนแนวคิดในการควบคุมกรีนแลนด์มาอย่างยาวนาน กล่าวว่า สหรัฐจำเป็นต้องยึดครองกรีนแลนด์เพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียและจีนเข้าครอบครอง โดยสหรัฐจะต้องได้ดินแดนแห่งนี้ "ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง"

ผลสำรวจความคิดเห็นก่อนหน้านี้บ่งชี้ว่า ชาวกรีนแลนด์ส่วนใหญ่คัดค้านการอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ ขณะที่เสียงข้างมากสนับสนุนการเป็นเอกราชจากเดนมาร์ก

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เดนมาร์กให้คำมั่นว่าจะเพิ่มงบประมาณด้านสาธารณสุขและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในกรีนแลนด์ พร้อมทั้งพยายามคลี่คลายความตึงเครียดกับรัฐบาลสหรัฐ ด้วยการลงทุนด้านการป้องกันประเทศในภูมิภาคอาร์กติก รวมทั้งการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35 เพิ่มอีก 16 ลำ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ