รมว.กลาโหมญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ย้ำพันธมิตรแน่นแฟ้น สยบข่าวลือมะกันลดบทบาทในเอเชีย

ข่าวต่างประเทศ Friday January 16, 2026 09:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อวานนี้ (15 ม.ค.) ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น และพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องปรามและการตอบโต้ทางทหาร เพื่อลดความวิตกกังวลในภูมิภาคเอเชียที่มองว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังลดบทบาทในภูมิภาคและหันไปให้ความสำคัญกับซีกโลกตะวันตก

โคอิซูมิเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังการหารือที่อาคารเพนตากอนว่า ทั้งสองฝ่ายยืนยันตรงกันถึงความสัมพันธ์พันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งและไร้รอยร้าว โดยทั้งสองประเทศจะเดินหน้าร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป พร้อมระบุว่าฝ่ายสหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก แม้ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศนโยบายให้ความสำคัญกับซีกโลกตะวันตกเป็นลำดับแรกก็ตาม

รายงานระบุว่า นโยบายของปธน.ทรัมป์ที่มุ่งเน้นการขยายอิทธิพลในอเมริกาเหนือและใต้ รวมถึงน่านน้ำโดยรอบ ดังจะเห็นได้จากการเข้าแทรกแซงในเวเนซุเอลาและความสนใจในกรีนแลนด์ ประกอบกับการลดความสำคัญของประเด็นกิจกรรมทางทหารของจีนรอบไต้หวัน ได้สร้างความกังวลให้แก่หลายชาติในเอเชียว่า สหรัฐฯ อาจลดการมีส่วนร่วมในอินโดแปซิฟิก จนเกิดสุญญากาศด้านความมั่นคงและเปิดช่องให้จีนเร่งขยายอิทธิพลทางทหาร

ด้านเฮกเซธได้กล่าวชื่นชม ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่แสดงความมุ่งมั่นในการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม อย่างไรก็ดี โคอิซูมิยืนยันว่า ในการหารือตลอด 50 นาที ฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ได้กดดันให้ญี่ปุ่นเพิ่มงบประมาณทางทหารแต่อย่างใด โดยตนได้ย้ำกับเฮกเซธว่า ญี่ปุ่นจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางทหารและความร่วมมือของพันธมิตร

อนึ่ง ก่อนการหารืออย่างเป็นทางการ โคอิซูมิและเฮกเซธได้ร่วมออกกำลังกายกับทหารสหรัฐฯ ในช่วงเช้าเพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แนบแน่น นอกจากนี้ โคอิซูมิยังเปิดเผยด้วยว่า ตนได้แยกไปหารือร่วมกับเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งการพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ