นายคิริล ดมิตริเยฟ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 19-23 ม.ค. โดยจะพบปะกับผู้แทนของสหรัฐเพื่อเจรจาเกี่ยวกับแนวทางยุติความขัดแย้งในยูเครน
ทั้งนี้ นายดมิตริเยฟจะพบกับนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของปธน.ทรัมป์ ในวันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.)
ปธน.ทรัมป์จะนำคณะเจ้าหน้าที่สหรัฐที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เข้าร่วมการประชุม ซึ่งรวมถึงนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง นายโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ นายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ นายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของปธน.ทรัมป์ และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของปธน.ทรัมป์
ปธน.ทรัมป์มีกำหนดเข้าร่วมการประชุม WEF ในวันพุธและพฤหัสบดีนี้ (21-22 ม.ค.) โดยเขาจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันพุธที่ 21 ม.ค.เวลา 14.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย
นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของปธน.ทรัมป์ในการประชุม WEF ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก หลังจากที่เขาเพิ่งขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี 10% สำหรับสินค้าจากเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. พร้อมเตือนว่าจะปรับขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. และจะคงอัตราภาษีนี้ไว้จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงในการซื้อเกาะกรีนแลนด์
นอกจากนี้ มีการคาดการณ์กันว่า ปธน.ทรัมป์จะกล่าวถึงแผนการจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) บนเวที WEF ในครั้งนี้ ซึ่งอาจเป็นคู่แข่งขององค์การสหประชาชาติ (UN) ในอนาคต