ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะนำคณะเจ้าหน้าที่สหรัฐที่มีจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เข้าร่วมการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ซึ่งรวมถึงนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง นายโฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์ นายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ นายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของปธน.ทรัมป์ และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของปธน.ทรัมป์
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์มีกำหนดเข้าร่วมการประชุม WEF ในวันพุธและพฤหัสบดีนี้ (21-22 ม.ค.) โดยเขาจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันพุธที่ 21 ม.ค.เวลา 14.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย
นายเบสเซนต์กล่าวว่า สุนทรพจน์ของปธน.ทรัมป์จะเป็นการส่งสารที่ว่า สหรัฐกลับมาแล้ว และนี่คือความเป็นผู้นำของสหรัฐ
นอกจากนี้ นายเบสเซนต์กล่าวว่า การที่สหรัฐเข้าควบคุมกรีนแลนด์ถือว่ามีความสำคัญ เพราะจะช่วยยับยั้งการเกิดสงคราม และประเทศในยุโรปควรมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้านการป้องกันประเทศในสัดส่วนที่เป็นธรรมมากกว่านี้
'ในขณะที่ชาวยุโรปสร้างโรงเรียน มีระบบสาธารณสุข พวกเรากลับเป็นฝ่ายปกป้องโลก' นายเบสเซนต์กล่าว