โฆเซ มานูเอล อัลบาเรส รัฐมนตรีต่างประเทศสเปนเปิดเผยเมื่อวันพุธ (21 ม.ค.) ว่า สเปนสนับสนุนให้สหภาพยุโรป (EU) เดินหน้าจัดตั้งกองทัพร่วมของประเทศสมาชิก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการยับยั้งภัยคุกคามด้านความมั่นคง และเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันของยุโรปโดยรวม
อัลบาเรสอธิบายว่า ขั้นตอนแรก EU ควรมุ่งรวบรวมทรัพยากรที่มีอยู่จริง เพื่อบูรณาการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้ทำงานสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนขยายความร่วมมือไปยังกลุ่มประเทศสมาชิกที่พร้อมเข้าร่วมในลำดับถัดไป
เขายอมรับว่า ความกังวลเรื่องความพร้อมของประชาชนยุโรปต่อการรวมกำลังทางทหารเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันได้ อย่างไรก็ดี การระดมกำลังในระดับ EU มีโอกาสรวบรวมกำลังได้เพียงพอมากกว่าการดำเนินการแยกเป็นรายประเทศ พร้อมย้ำว่า กองทัพร่วมจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการมีกองทัพแห่งชาติแยกกันถึง 27 กอง
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นก่อนการประชุมฉุกเฉินของผู้นำ EU ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ (22 ม.ค.) ที่กรุงบรัสเซลส์ เพื่อประสานท่าทีร่วมกันต่อคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เกี่ยวกับการซื้อหรือผนวกกรีนแลนด์ โดยโฆษกสภายุโรปยืนยันเมื่อคืนวันพุธว่า การประชุมดังกล่าวจะยังคงเดินหน้าตามแผน แม้ทรัมป์ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาและมาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโตได้วางกรอบข้อตกลงไว้แล้ว
อัลบาเรสย้ำว่า แนวคิดเรื่องการจัดตั้งกองทัพร่วมของยุโรปไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเข้ามาแทนที่นาโต และยังคงให้ความสำคัญกับพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก อย่างไรก็ดี เขาระบุว่า ยุโรปจำเป็นต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่า จะไม่ยอมถูกกดดันหรือบีบบังคับ ทั้งในมิติทางทหารและทางเศรษฐกิจ