เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวกับนักข่าวในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) ว่า สเปนจะไม่เข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ
นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวว่า "เราขอขอบคุณในคำเชิญ แต่เราขอปฏิเสธ" โดยยกเหตุผลเรื่องความสอดคล้องกับพันธกิจของสเปนที่มีต่อกฎหมายระหว่างประเทศ, UN และหลักการพหุภาคีนิยม เป็นเหตุผลหลักในการปฏิเสธเข้าร่วมในครั้งนี้
นอกจากนี้ ซานเชซยังระบุด้วยว่า คณะกรรมการสันติภาพดังกล่าวไม่ได้รวมองค์การปาเลสไตน์ (PA) เข้าไว้ด้วย
คณะกรรมการสันติภาพ หรือ Board of Peace เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ที่ทรัมป์มีต่อฉนวนกาซา หลังการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮามาสสิ้นสุดลง โดยทรัมป์ได้เสนอจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวภายใต้แผนสันติภาพ 20 ข้อ (20-point peace plan) เพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซา ก่อนที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ให้การรับรองแผนการดังกล่าวในเดือนพ.ย. 2568 พร้อมทั้งอนุมัติการจัดตั้งกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ (ISF)
แม้ว่าเดิมที คณะกรรมการสันติภาพจะมีเป้าหมายเพื่อวางกรอบการทำงานและบริหารจัดการด้านเงินทุนเพื่อการฟื้นฟูกาซา จนกว่าองค์การปาเลสไตน์ (PA) จะเสร็จสิ้นการปฏิรูปและสามารถกลับมาควบคุมกาซาได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็ทำให้เห็นได้ว่า วิสัยทัศน์ของทรัมป์ที่มีต่อคณะกรรมการสันติภาพกว้างไกลกว่านั้น
ในจดหมายเชิญฉบับล่าสุดที่ทรัมป์ส่งถึงผู้นำ 60 ประเทศทั่วโลก แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ขอบเขตของคณะกรรมการถูกขยายไปสู่การยุติความขัดแย้งในระดับสากล โดยคณะกรรมการฯ ถูกกำหนดให้เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่มุ่งส่งเสริมเสถียรภาพ และสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบหรือถูกคุกคามจากความขัดแย้ง ซึ่งเป็นบทบาทที่สหประชาชาติ (UN) ดำเนินการมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็ได้แสดงความเห็นเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2569 ว่า คณะกรรมการสันติภาพ "อาจจะ" เข้ามาแทนที่ UN เพราะตัวเขามองว่า UN "ไม่ค่อยให้ความช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพมากนัก"และ "ไม่เคยทำหน้าที่ได้สมกับศักยภาพที่มี" อย่างไรก็ตาม เขายังกล่าวเสริมว่า UN ควรจะดำเนินงานต่อไป "เพราะศักยภาพขององค์กรนั้นมีมหาศาล"