สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (29 ม.ค.) มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกา "เคารพอธิปไตยของแคนาดา" หลังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เข้าพบกับกลุ่มเคลื่อนไหวที่สนับสนุนการแยกตัวของรัฐแอลเบอร์ตาออกจากแคนาดา
นายกฯ คาร์นีย์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการประชุมร่วมกับมุขมนตรีรัฐต่าง ๆ โดยแสดงท่าทีต่อประเด็นการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กับกลุ่ม "แอลเบอร์ตา พรอสเพอริตี โปรเจกต์" (Alberta Prosperity Project - APP) ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ผลักดันการทำประชามติแยกตัวเป็นเอกราช
"ผมคาดหวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะให้เกียรติและเคารพอธิปไตยของแคนาดา" นายกฯ คาร์นีย์ระบุ พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมว่าเรื่องการแบ่งแยกดินแดนนี้ยังไม่ได้มีการหยิบยกขึ้นมาหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แต่อย่างใด
ด้านแดเนียล สมิธ มุขมนตรีรัฐแอลเบอร์ตา แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ควรเคารพอธิปไตยของแคนาดา และควรปล่อยให้กระบวนการทางประชาธิปไตยในรัฐแอลเบอร์ตาเป็นเรื่องภายในของประชาชนชาวแอลเบอร์ตากับชาวแคนาดาเท่านั้น ทั้งนี้ เธอเตรียมสั่งการให้ผู้แทนรัฐบาลแอลเบอร์ตาในกรุงวอชิงตันแจ้งข้อกังวลดังกล่าวไปยังทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน ผู้นำรัฐอื่น ๆ ของแคนาดาต่างออกมาประณามการพบปะดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยเดวิด อีบี มุขมนตรีรัฐบริติชโคลัมเบีย ถึงขั้นนิยามการกระทำนี้ว่าเป็น "การกบฏ"
"การดั้นด้นไปหาต่างชาติเพื่อขอความช่วยเหลือในการทำให้แคนาดาแตกแยก ภาษาโบราณเขาเรียกสิ่งนี้ว่ากบฏ" อีบีกล่าวชนวนเหตุของประเด็นร้อนนี้มาจากรายงานของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times) ที่ระบุว่า แกนนำกลุ่ม APP ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตันมาแล้วหลายครั้งนับตั้งแต่เม.ย. ปีก่อน และมีรายงานว่ากลุ่มดังกล่าวกำลังพยายามเข้าพบอีกครั้งเพื่อขอกู้เงินสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้เป็นทุนสำรองหากแยกตัวเป็นอิสระสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแคนาดายังไม่มีแผนจัดการทำประชามติในเรื่องนี้