สื่อทางการเมียนมารายงานว่า พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไป
ผลการเลือกตั้งระบุว่า พรรค USDP ครองเสียงข้างมากอย่างเบ็ดเสร็จในทั้งสองสภา โดยกวาดที่นั่ง 232 จากทั้งหมด 263 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร และ 109 จาก 157 ที่นั่งในสภาชาติพันธุ์ (สภาสูง)
รายงานระบุว่า รัฐสภาเมียนมามีกำหนดเปิดประชุมในเดือนมี.ค. เพื่อดำเนินกระบวนการเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มเข้าบริหารประเทศในเดือนเม.ย.นี้
การเลือกตั้งครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. และสิ้นสุดลงในช่วงปลายเดือนม.ค. โดยจัดการลงคะแนนเป็น 3 ระยะ นับเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี หลังจากกองทัพเมียนมาเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซู จี เมื่อปี 2564
อย่างไรก็ตาม สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ยังคงไม่ได้การรับรองผลการเลือกตั้งดังกล่าว โดยเทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ เผยเมื่อวาน (29 ม.ค.) ว่า อาเซียนยังไม่ได้รับรองกระบวนการเลือกตั้งทั้ง 3 เฟสที่จัดขึ้นในเมียนมา
ทั้งนี้ นับตั้งแต่การรัฐประหาร เมียนมาตกอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง การปราบปรามการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยได้ลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งด้วยอาวุธในหลายพื้นที่ โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ประเมินว่า มีประชาชนมากกว่า 3.6 ล้านคนต้องพลัดถิ่นจากความรุนแรงที่ยืดเยื้อ
รัฐบาลทหารเมียนมาภายใต้การนำของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็น "การกลับคืนสู่ประชาธิปไตย" แต่ประชาคมโลกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นความพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับการปกครองของกองทัพและกระชับอำนาจของกองทัพ
การที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของนางซูจี ซึ่งได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งปี 2563 ถูกยุบพรรคหลังการรัฐประหารผ่านไปสองปี ขณะที่ระบบการเลือกตั้งได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยใช้ในการเลือกตั้งทั่วประเทศเมื่อปี 2563 เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีการแข่งขันอย่างแท้จริง