จาซินดา อาร์เดิร์น อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์และครอบครัวเตรียมย้ายไปพำนักที่ออสเตรเลีย ส่งผลให้อาร์เดิร์นกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดในกลุ่มชาวนิวซีแลนด์ที่ย้ายถิ่นฐานข้ามทะเลแทสมันไปยังออสเตรเลีย
โฆษกส่วนตัวระบุว่า ปัจจุบัน อาร์เดิร์นและครอบครัวของเธอกำลังวางแผนย้ายถิ่นฐานไปที่ออสเตรเลีย หลังจากที่เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ในต่างแดน นับตั้งแต่ที่อำลาตำแหน่งนายกฯ เมื่อปี 2566 โดยก่อนหน้านี้สื่อออสเตรเลียรายงานว่า มีผู้พบเห็นอาร์เดิร์นในวัย 45 ปี พร้อมด้วยคลาร์ก เกย์ฟอร์ด สามี และนีฟ บุตรสาว กำลังตระเวนดูบ้านในย่านนอร์เทิร์นบีชเชส ของนครซิดนีย์
โฆษกเปิดเผยในแถลงการณ์วันนี้ (26 ก.พ.) ว่า "พวกเขามีงานทำที่นั่น ซึ่งก็มีข้อดีอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ ช่วยให้มีเวลาเดินทางกลับบ้านที่นิวซีแลนด์ได้มากขึ้น"
ทั้งนี้ อาร์เดิร์นกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มชาวนิวซีแลนด์จำนวนมากที่ย้ายถิ่นฐานไปยังออสเตรเลียในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากทางการที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนนี้แสดงให้เห็นว่า มีพลเมืองชาวนิวซีแลนด์กว่า 60,000 คนที่ออกจากประเทศเมื่อปี 2568 โดยกว่า 61% มุ่งหน้าไปยังออสเตรเลีย
การอพยพออกนอกประเทศดังกล่าวจะกลายเป็นประเด็นร้อนในศึกเลือกตั้งทั่วไปของนิวซีแลนด์ในเดือนพ.ย. โดยมีผู้คนจำนวนมากที่ย้ายไปยังออสเตรเลียเพื่อแสวงหาค่าแรงที่สูงขึ้นและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างแรงกดดันที่มากขึ้นให้กับฝ่ายนิติบัญญัติในการเร่งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างความน่าดึงดูดใจให้กับประเทศนิวซีแลนด์
นับตั้งแต่การลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศ อาร์เดิร์นได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ เพื่อรับตำแหน่งนักวิชาการรับเชิญ 2 ตำแหน่ง (Dual Fellowships) ณ วิทยาลัยฮาร์วาร์ด เคนเนดี (Harvard Kennedy School) ทั้งนี้ อาร์เดิร์นก้าวเข้าสู่อำนาจในปี 2560 ท่ามกลางกระแสความนิยมที่เรียกว่า "จาซินดามาเนีย" (Jacinda-mania) ซึ่งปรากฏชัดอีกครั้งในปี 2563 เมื่อเธอนำพรรคแรงงานคว้าคะแนนเสียงได้ถึง 50% ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ภายใต้ระบบการเลือกตั้งปัจจุบัน