ทางการจีนเปิดตัวโครงการนำร่อง เพื่อขยายการใช้พลังงานไฮโดรเจนในภาคอุตสาหกรรม ในช่วงเวลาที่สงครามในตะวันออกกลางกำลังเผยให้เห็นถึงความเสี่ยงของการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของทั่วโลก
การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ท่ามกลางภาวะสงครามกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ได้ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันและก๊าซ ทำให้บางประเทศเริ่มทบทวนสัดส่วนการใช้พลังงาน (energy mix) โดยมีพลังงานหมุนเวียนก้าวขึ้นมาเป็นทางเลือกที่มีศักยภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวน
กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระบุในประกาศเมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.) ว่า ได้ตั้งเป้าลดราคาพลังงานไฮโดรเจนสำหรับผู้ใช้ปลายทางให้ต่ำกว่า 25 หยวนต่อกิโลกรัมภายในปี 2573 และลดลงเหลือราว 15 หยวนต่อกิโลกรัมในบางพื้นที่ที่มีศักยภาพ (advantaged regions)
โครงการดังกล่าวจะครอบคลุมกลุ่มเมืองในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การขนส่งและอุตสาหกรรมหนัก โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนยานยนต์เซลล์เชื้อเพลิงเป็นสองเท่าจากระดับในปี 2568 ให้ถึง 100,000 คันภายใน 5 ปี ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากสำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
นอกจากนี้ จีนยังมีแผนขยายการใช้ยานพาหนะพลังงานไฮโดรเจนในระบบขนส่งสาธารณะ โลจิสติกส์ในเมือง และสำรวจความเป็นไปได้ในการนำเชื้อเพลิงหมุนเวียนนี้ไปใช้ในบริการเรียกรถ รวมถึงการผสมไฮโดรเจนลงในท่อส่งก๊าซธรรมชาติและหม้อไอน้ำอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการใช้เป็นแหล่งพลังงานความร้อน
ขณะเดียวกัน โครงการดังกล่าวยังมุ่งพัฒนาแหล่งผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อทยอยทดแทนการผลิตแบบเดิมที่ใช้ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่น ๆ