อิหร่านได้ยกระดับการโจมตีอิสราเอลและทรัพย์สินของสหรัฐอเมริกาในตะวันออกกลางในวันนี้ (18 มี.ค.) เพื่อเป็นการตอบโต้เหตุการณ์ที่ อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตจากการถูกอิสราเอลโจมตี ในขณะที่ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลง
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านเปิดเผยในวันนี้ว่า IRGC ได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารและความมั่นคงกว่า 100 แห่งในใจกลางอิสราเอล เพื่อเป็นการ "ล้างแค้น" ที่อิสราเอลได้สังหารลาริจานี รวมทั้งบุตรชาย และผู้ช่วยของเขา
ขณะเดียวกัน IRGC ยังได้ระดมโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธในกรุงเทลอาวีฟและพื้นที่ตอนกลางของอิสราเอล โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฉุกเฉินของอิสราเอลกล่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 2 รายใกล้กับกรุงเทลอาวีฟระหว่างที่อิหร่านโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธ
นอกจากนี้ มีรายงานว่า อิหร่านได้ส่งโดรนติดระเบิดหลายลำเข้าโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดดของอิรัก ส่งผลให้เสียงไซเรนดังสนั่น พร้อมกับมีเสียงระเบิดดังขึ้นใกล้กับสถานทูต ด้านนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย ระบุว่า อิหร่านยังได้ยิงขีปนาวุธตกใกล้กับฐานทัพอากาศออสเตรเลียในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ด้วย แต่ไม่มีบุคลากรได้รับบาดเจ็บ
การโจมตีครั้งล่าสุด เกิดขึ้นหลังจากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านยืนยันว่า อาลี ลาริจานี เลขาธิการของสภาฯ ถูกสังหารจากเหตุโจมตีเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันอังคาร (17 มี.ค.) พร้อมกับบุตรชาย มอร์เตซา ลาริจานี รวมถึง อาลิเรซา บายัต รองฝ่ายความมั่นคงของสำนักเลขาธิการสภา และบุคคลอื่น ๆ อีกหลายราย
ขณะที่ IRGC ยืนยันว่า โกลาม เรซา โซเลมานี หัวหน้ากองกำลังบาซิชของอิหร่าน ได้เสียชีวิตจากการโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอล
ด้านกองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีฐานปล่อยขีปนาวุธของอิหร่าน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดขนส่งน้ำมันที่สำคัญ โดยทางกองทัพได้ใช้ระเบิดทำลายบังเกอร์ประสิทธิภาพสูง
"เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา กองกำลังสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการใช้ระเบิดทำลายบังเกอร์ขนาด 5,000 ปอนด์จำนวนหลายลูก โดยได้โจมตีฐานปล่อยขีปนาวุธที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนาของอิหร่าน บริเวณแนวชายฝั่งใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ" กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุในแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X ในวันอังคาร (17 มี.ค.)