กาตาร์เอ็นเนอร์จี้ (QatarEnergy) บริษัทน้ำมันแห่งรัฐยักษ์ใหญ่ของกาตาร์กล่าวในวันพุธ (18 มี.ค.) ว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านใส่นิคมอุตสาหกรรมราสลาฟฟาน ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการแปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หลักของประเทศ ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สั่งปิดโรงงานก๊าซหลายแห่งหลังสกัดขีปนาวุธได้ในวันนี้ (19 มี.ค.)
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่อิหร่านออกประกาศเตือนให้อพยพผู้คนออกจากโรงงานน้ำมันหลายแห่งทั่วซาอุดีอาระเบีย, UAE และกาตาร์ ขณะที่อิหร่านเตรียมการตอบโต้หลังถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในเซาท์พาร์สและอัสซาลูเยห์
กาตาร์เอ็นเนอร์จี้ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกก๊าซ LNG รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ระบุในแถลงการณ์ว่า ทีมรับมือเหตุฉุกเฉินถูกส่งลงพื้นที่ในทันทีเพื่อควบคุมเปลวเพลิงซึ่งเกิดจากการโจมตี ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และสามารถตรวจสอบสถานะของบุคลากรได้ครบทุกคน
ก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทยกาตาร์ระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเบื้องต้นแล้ว และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
นิคมอุตสาหกรรมราสลาฟฟาน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงโดฮาไปทางทิศเหนือ 80 กิโลเมตร เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมพลังงานและเป็นที่ตั้งของบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง
ด้านทางการของ UAE ระบุว่า กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ โรงงานก๊าซฮับชาน และแหล่งน้ำมันบับ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเศษซากขีปนาวุธที่ถูกสกัดไว้ได้
สำนักงานสื่ออาบูดาบี (Abu Dhabi Media Office) รายงานว่า โรงงานก๊าซดังกล่าวถูกสั่งปิดทำการชั่วคราวและไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรมฮับชานซึ่งดำเนินงานโดยแอดนอค (ADNOC) บริษัทน้ำมันแห่งรัฐยักษ์ใหญ่ของอาบูดาบี ถือเป็นหนึ่งในโรงงานแปรรูปก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยโรงงานย่อย 5 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 6.1 พันล้านลูกบาศก์ฟุตมาตรฐานต่อวัน (bscfd)