เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) ว่า ปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลบรรลุเป้าหมายหลัก 2 ประการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นคือการทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและการผลิตขีปนาวุธ ส่วนเป้าหมายสุดท้ายคือการโค่นล้มระบอบการปกครองนั้น ถือเป็นภารกิจของประชาชนชาวอิหร่านเอง
"การปฏิวัติไม่มีทางเกิดขึ้นได้จากการโจมตีทางอากาศ และเรายังมีแผนปฏิบัติการภาคพื้นดินอีกหลายทางเลือกที่ขอไม่เปิดเผยในตอนนี้" เนทันยาฮูกล่าวสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งลุกลามไปสู่การตอบโต้จากทั้งฝั่งอิหร่านและกองกำลังพันธมิตร
แม้กระทั่งในระหว่างที่เนทันยาฮูกำลังแถลงข่าวอยู่นั้น กองกำลังอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลจนเสียงไซเรนเตือนภัยดังกึกก้องไปทั่วภาคเหนือของประเทศ ทว่าหน่วยบริการฉุกเฉินยืนยันว่าไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงแนวโน้มของสงคราม เนทันยาฮูประเมินว่าการสู้รบจะยืดเยื้อต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น แต่เชื่อมั่นว่าจะยุติลงเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
สำหรับการขยายผลความสำเร็จในสมรภูมิอื่น ๆ นายกฯ อิสราเอลระบุว่ากองกำลังผสมสหรัฐฯ-อิสราเอลได้กวาดล้างกองเรือรบของอิหร่านในทะเลแคสเปียนจนราบคาบแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่อิสราเอลบุกโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (18 มี.ค.) โดยไม่ได้แจ้งพันธมิตรล่วงหน้านั้น เนทันยาฮูยอมรับว่าเป็นความจริงตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้
"ปธน.ทรัมป์ได้ขอให้เราชะลอการโจมตีรอบใหม่ไว้ก่อน ซึ่งเราก็กำลังให้ความร่วมมือ" เนทันยาฮูกล่าว