สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมียนมาเสนอชื่อ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร เข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีกลางที่ประชุมสภาล่างวันนี้ (30 มี.ค.) ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่านายพลผู้ทรงอิทธิพลรายนี้กำลังแสวงหาบทบาทใหม่ทางการเมือง เพื่อปูทางสู่เก้าอี้ผู้นำประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ยังคงยืดเยื้อ
ในการเปิดประชุมสภาล่างชุดใหม่ สส. ได้เสนอชื่อบุคคล 2 คนให้เข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำกองทัพที่กุมอำนาจมาตั้งแต่ปี 2554
ตามกลไกของรัฐสภาเมียนมา สภาสูงจะเสนอชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีเพิ่มอีก 1 คน รวมเป็น 3 คน จากนั้นทั้งสองสภาจะลงมติร่วมกันเพื่อชี้ขาดว่าใครจะได้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใหม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศกำหนดวันลงมติดังกล่าว
"ขอเสนอชื่อ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี" จอ กะเวย์ เทย์ สส. จากพรรคการเมืองที่สนับสนุนกองทัพ กล่าวกลางที่ประชุมสภาล่าง ซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่านสื่อของรัฐ
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นต่อเนื่องจากการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยข้อครหาเมื่อช่วงเดือนธ.ค. ถึงม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรง แม้พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งเป็นหุ่นเชิดของกองทัพจะคว้าชัยชนะไปได้ แต่สหประชาชาติและชาติตะวันตกหลายประเทศต่างประณามอย่างหนักว่าเป็นการเลือกตั้งปาหี่
ทั้งนี้ เมียนมาตกอยู่ในวังวนความรุนแรงนับตั้งแต่กองทัพ หรือที่เรียกกันว่า "ทัตมาดอว์" ก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของ อองซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อปี 2564
นักวิเคราะห์ทางการเมืองชี้ว่า ตามรัฐธรรมนูญปี 2551 ซึ่งร่างขึ้นโดยกองทัพเมียนมานั้น ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจะต้องไม่เป็นข้าราชการหรือนายทหารที่ยังอยู่ในตำแหน่งประจำการ
ข้อกำหนดนี้สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อรองผู้นำรัฐบาลทหารออกมาส่งสัญญาณว่า กองทัพเตรียมปรับโครงสร้างผู้นำระดับสูง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักสำหรับสถาบันทหารที่ปกครองเมียนมาอย่างปิดลับมาหลายทศวรรษ
ทิน จอ เอ นักวิเคราะห์อิสระ ให้ความเห็นถึงโอกาสที่ มิน อ่อง หล่าย จะได้เป็นผู้นำประเทศว่า "นี่คือเป้าหมายของมิน อ่อง หล่าย มาตั้งแต่ต้น มันเป็นเพียงการเปลี่ยนจากการปกครองในคราบผู้นำทหาร มาสู่การปกครองในฐานะประธานาธิบดีเท่านั้น"
สำหรับประวัติของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เขาเกิดในครอบครัวทางตอนใต้ของเมียนมา เคยศึกษาวิชากฎหมายก่อนเบนเข็มเข้าสู่เส้นทางทหาร และไต่เต้าตามสายบังคับบัญชาจนก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมื่อปี 2554
นอกเหนือจากภาพลักษณ์ของผู้นำทหารที่แข็งกร้าวและเด็ดขาดแล้ว มิน อ่อง หล่าย ยังมีชั้นเชิงแพรวพราวในการคุมเกมอำนาจกับกลุ่มชนชั้นนำในประเทศ โดยมักใช้ยุทธวิธีปูนบำเหน็จตำแหน่งสำคัญให้กับกลุ่มผู้จงรักภักดี และใช้ไม้แข็งกวาดล้างขั้วตรงข้ามทางการเมือง