อิหร่านเล็งคุมช่องแคบฮอร์มุซถาวร เดินเกมบีบทรัมป์-หวังเก็บค่าผ่านทางหลังสงคราม

ข่าวต่างประเทศ Saturday April 4, 2026 10:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

การประเมินข่าวกรองล่าสุดจากสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า อิหร่านไม่มีทีท่าจะคลายการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากมองว่า การคุมเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกเป็นไพ่ตายใบสำคัญในการกดดันรัฐบาลสหรัฐฯ โดยสื่อรายงานว่า ความตั้งใจของอิหร่านในการปิดกั้นช่องแคบนี้คือ การปั่นราคาน้ำมันโลกให้พุ่งสูงเพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจส่งตรงถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยหวังผลให้การเจรจาความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมา 5 สัปดาห์จบลงด้วยเงื่อนไขที่ฝ่ายตนได้เปรียบ

*อาวุธที่น่ากลัวยิ่งกว่านิวเคลียร์

แม้เดิมทีสหรัฐฯ จะตั้งเป้าใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อลดอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาค แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับมองว่า สถานการณ์กำลังบานปลายไปในทิศทางตรงกันข้าม การที่อิหร่านสามารถขัดขวางเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกได้ถึง 20% คือการแสดงแสนยานุภาพของอาวุธที่สร้างความปั่นป่วนในวงกว้าง (weapon of mass disruption) ซึ่งมีอานุภาพทำลายล้างเชิงยุทธศาสตร์รุนแรงกว่าการข่มขู่ด้วยอาวุธนิวเคลียร์เสียอีก ผลกระทบนี้เห็นได้ชัดจากการที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานสูงสุดในรอบหลายปี จนกลายเป็นชนวนเหตุของปัญหาเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรครีพับลิกันกังวลอย่างยิ่งในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.นี้

*ยุทธวิธีที่ไม่สมมาตรและความยากลำบากของสหรัฐฯ

ในทางยุทธวิธี การใช้กำลังทหารเพื่อเปิดเส้นทางน้ำช่องแคบฮอร์มุซที่กว้างเพียง 21 ไมล์ (ประมาณ 39 กิโลเมตร) ทำได้ยากยิ่ง แม้กองทัพสหรัฐฯ จะสามารถเข้ายึดชายฝั่งได้สำเร็จ แต่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านยังคงมีศักยภาพในการก่อกวนการเดินเรือพาณิชย์ได้ตลอดเวลา ด้วยการใช้โดรนราคาถูกเพียงไม่กี่ลำหรือการยิงขีปนาวุธจากพิกัดในแผ่นดิน

อาลี เวเอซ จากกลุ่ม International Crisis Group ให้ความเห็นว่า ความเสี่ยงแบบไม่สมมาตรนี้ทำให้บริษัทเดินเรือไม่สามารถทำประกันภัยสำหรับการขนส่งผ่านเส้นทางนี้ได้เลย

*แผนการระยะยาวและการปรับท่าทีของทำเนียบขาว

รายงานข่าวกรองยังเปิดเผยอีกว่า อิหร่านมีแผนจะเปลี่ยนการปิดกั้นชั่วคราวให้เป็นอำนาจทางกฎหมายที่ถาวร โดยบิล เบิร์นส์ อดีตผู้อำนวยการ CIA วิเคราะห์ว่า อิหร่านต้องการเปลี่ยนช่องแคบนี้ให้กลายเป็นกลไกเก็บค่าผ่านทางเพื่อหาทุนฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม และจะใช้ประเด็นการรับประกันความปลอดภัยทางทะเลเป็นข้อต่อรองเพื่อแลกกับความมั่นคงระยะยาวในข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ

ขณะที่ทำเนียบขาวแม้จะแสดงความมั่นใจต่อสาธารณะว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดใช้งานได้ในไม่ช้า แต่ในทางปฏิบัติกลับเริ่มส่งสัญญาณให้กลุ่มพันธมิตร NATO และประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียเข้ามาแบกรับภาระการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งท่าทีที่เปลี่ยนไปนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของสหรัฐฯ ที่ต้องการเปิดเส้นทางการค้าอีกครั้ง โดยหลีกเลี่ยงการถลำลึกเข้าสู่สงครามภาคพื้นดินที่ต้องใช้ทรัพยากรและงบประมาณมหาศาล


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ