ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินรบมากถึง 155 ลำ ในปฏิบัติการช่วยชีวิตนักบินคนที่สองในอิหร่าน และสหรัฐฯ จำเป็นต้องทำลายเครื่องบินขนส่งบางลำที่ไม่สามารถบินออกจากอิหร่านได้
ทั้งนี้ เครื่องบินขับไล่ F-15E ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกในอิหร่านเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 เม.ย.) โดยในช่วงแรกกองทัพสหรัฐฯ สามารถช่วยเหลือนักบินคนแรกได้ในวันเดียวกัน แต่นักบินคนที่สองติดค้างอยู่ในอิหร่านเป็นเวลานาน ก่อนที่จะได้รับความช่วยเหลือในวันอาทิตย์ (5 เม.ย.)
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ (6 เม.ย.) ปธน.ทรัมป์ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการช่วยชีวิตนักบินคนที่สอง โดยกล่าวว่านักบินได้รับบาดเจ็บ "ค่อนข้างสาหัส" และ "เราระเบิดเครื่องบินลำเก่าทิ้ง" เนื่องจากเครื่องบินเหล่านั้นมีอุปกรณ์สื่อสารและเทคโนโลยีต่อต้านขีปนาวุธติดตั้งอยู่
ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ภารกิจค้นหาและกู้ภัยดำเนินการโดย "เครื่องบินที่เร็วและมีน้ำหนักที่เบากว่า" พร้อมกับเสริมว่า "ผู้คนหลายร้อยคนอาจถูกสังหาร มีคนในกองทัพบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก และผมก็เข้าใจเรื่องนั้น แต่ผมตัดสินใจที่จะทำมัน"
แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เครื่องบินรุ่น A-10 Warthog ของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกเมื่อวันศุกร์ กำลังปฏิบัติภารกิจ "แซนดี้" (Sandy) ซึ่งเป็นการนำเครื่องไปวางในตำแหน่งกั้นระหว่างหน่วยกู้ภัยกับวิถีกระสุนของศัตรู
เคนกล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวถูกยิงหลายครั้งจากการโจมตีของอิหร่าน แต่นักบินสามารถประคองเครื่องบินออกจากน่านฟ้าอิหร่านได้ก่อนที่ดีดตัวออกจากเครื่องบินในเขตพื้นที่ที่เป็นมิตร และเสริมว่า เครื่องบินลำนี้มีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือ "เข้าถึงตัวผู้รอดชีวิต นำหน่วยกู้ภัยรุกคืบไปข้างหน้า และเอาตัวเข้าขวางระหว่างผู้รอดชีวิตบนพื้นดินกับศัตรู"
ด้านจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) กล่าวว่า หน่วยงานของเขามีบทบาทสำคัญในความพยายามค้นหาและกู้ภัย โดยใช้แหล่งข่าวบุคคลและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อตรวจหาตำแหน่งของนักบิน และยืนยันว่าเขาอยู่เพียงลำพังและยังมีชีวิตอยู่ในเช้าวันเสาร์
แรตคลิฟฟ์อธิบายถึงภารกิจการค้นหาและกู้ภัยครั้งนี้ว่าเป็น "ความท้าทายที่น่ากังวล" ซึ่งเปรียบได้กับการตามหาทรายเพียงเม็ดเดียวท่ามกลางทะเลทราย
"นี่เป็นการแข่งกับเวลาด้วยเช่นกัน เพราะการระบุตำแหน่งนักบินที่ถูกยิงตกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ในขณะเดียวกันก็ต้องหลอกล่อให้ศัตรูหลงทางไปด้วย" ผู้อำนวยการ CIA กล่าวกับผู้สื่อข่าว
แรตคลิฟฟ์ยืนยันว่า CIA ได้ "ใช้แผนการลวง" ต่ออิหร่านในระหว่างการช่วยชีวิตนักบินรายที่สอง เพื่อไม่ให้ศัตรูมองเห็นนักบินซึ่งซ่อนตัวอยู่ในซอกเขา แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้เจ้าหน้าที่ CIA สามารถติดตามหาตัวนักบินได้
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ขีปนาวุธแบบประทับบ่ายิง (shoulder-fired missile) เป็นอาวุธที่อิหร่านใช้ยิงเครื่องบินขับไล่ F-15E ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ตกเมื่อวันศุกร์ อย่างไรก็ตาม ทั้งปธน.ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของอาวุธและวิธีการที่เครื่องบินขับไล่ถูกยิงตก