เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนฮังการีในวันนี้ (7 เม.ย.) เพื่อลงพื้นที่ช่วย วิกตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีแนวชาตินิยม หาเสียงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งรัฐสภาในวันที่ 12 เม.ย. นี้ ซึ่งถือเป็นศึกป้องกันแชมป์ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตทางการเมืองของผู้นำฮังการี
ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดชี้ว่า นายกฯ ออร์บานและพรรคฟิเดสซ์ (Fidesz) ของเขากำลังเผชิญความท้าทายหนักที่สุดนับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่อำนาจในปี 2553 โพลอิสระส่วนใหญ่ระบุตรงกันว่า คะแนนนิยมของพรรครัฐบาลกำลังตามหลังพรรคทิสซา (Tisza) ซึ่งเป็นพรรคคู่แข่งแนวคิดขวากลาง นำโดย เปเตอร์ มอยอร์
แหล่งข่าวจากรัฐบาลฮังการีเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ตลอดการเยือน 2 วันนี้ รองปธน.แวนซ์จะหารือทวิภาคีและขึ้นเวทีปราศรัยร่วมกับนายกฯ ออร์บาน
"ผมตั้งตารอที่จะพบวิกตอร์ เพื่อนรักของผม เราจะหารือกันในหลายประเด็นที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ฮังการี" แวนซ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนออกเดินทางจากวอชิงตัน โดยเสริมว่าจะหารือเรื่องยุโรปและยูเครนด้วย
การที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เดินทางไปแสดงจุดยืนสนับสนุนผู้นำต่างชาติถึงที่ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ท่าทีดังกล่าวตอกย้ำถึงความพยายามของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการอุ้มชูเครือข่ายผู้นำฝ่ายขวาที่มีอุดมการณ์ตรงกันทั่วโลก รวมถึงในอาร์เจนตินาและญี่ปุ่น
รูปแบบการปกครองที่ออร์บานนิยามตัวเองว่าเป็น "ประชาธิปไตยแบบไม่เสรี" สอดรับกับแก่นนโยบายในยุคของทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้มาตรการเด็ดขาดกับผู้อพยพ การละทิ้งบรรทัดฐานเสรีนิยม การตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับสถาบันระหว่างประเทศ ไปจนถึงการโจมตีสื่อ มหาวิทยาลัย และองค์กรพัฒนาเอกชน ทั้งนี้ ออร์บานคือผู้นำยุโรปคนแรกที่ประกาศหนุนทรัมป์ชิงเก้าอี้ทำเนียบขาวตั้งแต่ปี 2559
อัสลือ อายดึนทัชบัช นักวิชาการรับเชิญจากสถาบันบรูกกิงส์มองว่า ทริปนี้ไม่ใช่การทูตตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการออกตัวหนุนออร์บานอย่างชัดเจนก่อนศึกเลือกตั้งชี้ชะตา
"สำหรับรัฐบาลทรัมป์ ออร์บานไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมอุดมการณ์อนุรักษนิยม แต่เป็นจิกซอว์ชิ้นสำคัญในการสร้างเครือข่ายต่อต้านเสรีนิยมในยุโรป หากออร์บานล้ม ขบวนการนี้ก็จะสะเทือนไปด้วย" อายดึนทัชบัชกล่าวความสัมพันธ์ที่แนบแน่นนี้ได้รับการยืนยันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ระหว่างที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงบูดาเปสต์ รูบิโอส่งสัญญาณชัดเจนว่า สหรัฐฯ ต้องการให้ออร์บานชนะเลือกตั้ง โดยระบุว่าความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างสองประเทศผูกติดอยู่กับชัยชนะของออร์บาน พร้อมทั้งเปรยว่าสหรัฐฯ อาจมอบความช่วยเหลือทางการเงินให้ แม้จะไม่ได้ลงรายละเอียดก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาออร์บานมักปีนเกลียวกับสหภาพยุโรปในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องยูเครน เขายังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซีย ปฏิเสธการส่งอาวุธให้ยูเครน และประกาศจุดยืนว่ากรุงเคียฟจะไม่มีวันได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก EU
แม้ออร์บานจะได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากวอชิงตัน แต่นักวิเคราะห์การเมืองประเมินว่า ปัจจัยนี้อาจไม่พอที่จะซื้อใจโหวตเตอร์ได้ เนื่องจากคนฮังการียังคงกังวลกับปัญหาปากท้องมากกว่า
สตีเฟน เวิร์ธไฮม์ นักประวัติศาสตร์และนักวิชาการอาวุโสจากสถาบันคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ ตั้งข้อสังเกตว่า "น่าคิดเหมือนกันว่าการมาเยือนของแวนซ์จะช่วยหนุนหรือหน่วงออร์บานกันแน่"
"ออร์บานพยายามชูภาพลักษณ์ว่าตนเองเป็นเสาหลักแห่งความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลของแวนซ์กลับกำลังทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งสั่นคลอนตะวันออกกลางและซ้ำเติมเศรษฐกิจยุโรปตามที่หลายฝ่ายคาดไว้ นโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" จึงเริ่มไม่ตอบโจทย์กระแสชาตินิยมในยุโรปอีกต่อไป" เวิร์ธไฮม์กล่าว