หลายประเทศในตะวันออกกลางรายงานว่าถูกอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในวันนี้ (8 เม.ย.) ส่งผลให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศทั่วภูมิภาคอ่าวอาหรับทำงาน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่อิหร่านได้ประกาศข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์กับสหรัฐอเมริกา
กองทัพอิสราเอลตรวจพบการโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic Missile) จากอิหร่านในช่วงเช้าวันนี้ โดยทางการอิสราเอลได้ทำการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือของประเทศ
ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงสกัดขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน พร้อมกับเตือนให้ประชาชนอยู่ในที่ปลอดภัย โดยทางการ UAE ระบุว่า "เสียงที่ได้ยินในหลายพื้นที่ของประเทศ เป็นผลมาจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของ UAE ที่ยิงสกัดขีปนาวุธนำวิถี ขีปนาวุธร่อน (Cruise Missile) และโดรน"
ขณะที่หน่วยงานป้องกันพลเรือนของซาอุดีอาระเบียได้ออกประกาศเตือนภัยล่วงหน้าถึง "อันตรายที่อาจเกิดขึ้น" ทั่วประเทศ รวมถึงกรุงริยาด
ด้านคูเวต บาห์เรน และกาตาร์ ต่างก็ประกาศเตือนภัยหรือเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยเช่นกัน เนื่องจากพบว่ามีภัยคุกคามเกิดขึ้นทั่วภูมิภาค
สหรัฐฯ และอิหร่านได้ประกาศบรรลุข้อตกลงพักรบชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพียงไม่นานก่อนถึงเส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่หากไม่มีการบรรลุข้อตกลง โดยหากข้อตกลงหยุดยิงนี้มีผลบังคับใช้ต่อเนื่อง ก็จะเปิดโอกาสสำหรับการเจรจาในกรอบเวลา 2 สัปดาห์ โดยคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดจะพบกัน ณ กรุงอิสลามาบัดในวันศุกร์นี้ (10 เม.ย.)
ทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงซึ่งมีปากีสถานเป็นคนกลางนี้ มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องมี "การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย" ขณะที่เจ้าหน้าที่ของอิหร่านระบุในแถลงการณ์ในวันนี้ว่า "หากการโจมตีต่ออิหร่านยุติลง กองทัพอันทรงพลังของเราจะยุติปฏิบัติการเพื่อการป้องกันตนเองเช่นกัน"
รัฐบาลอิหร่านยังระบุด้วยว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบอย่างปลอดภัยจะสามารถกระทำได้ผ่านการประสานงานกับกองทัพอิหร่าน และโดย "คำนึงถึงข้อจำกัดทางเทคนิคตามความเหมาะสม" ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้อาจเปิดช่องให้อิหร่านสามารถกำหนดขอบเขตการปฏิบัติตามข้อตกลงตามเงื่อนไขของตนเองได้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการประกาศสงบศึกชั่วคราว แต่อิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและอีกหลายประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามว่า ข้อตกลงหยุดยิงจะสามารถคงอยู่ได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการเจรจาเกิดหยุดชะงักหรือล้มเหลวในช่วงเวลา 2 สัปดาห์นี้