มิตซุย โอ.เอส.เค.ไลน์ส (Mitsui OSK Lines) หนึ่งในบริษัทเดินเรือใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เปิดเผยวันนี้ (9 เม.ย.) ว่า บริษัทจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงแนวทางการนำไปปฏิบัติจริงอย่างรอบคอบก่อนอนุญาตให้เรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
โจทาโร ทามูระ ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานบริษัทเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กล่าวว่า "เราจำเป็นต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามีการนำข้อตกลงไปปฏิบัติจริงในน่านน้ำอย่างไร" เขาระบุว่าความปลอดภัยของเรือทุกลำเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของบริษัท พร้อมเสริมว่าบริษัทกำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่น
รายงานระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก ถูกปิดจากการสู้รบในอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ แม้หลังมีการประกาศหยุดยิง การสัญจรในน่านน้ำยังคงถูกปิดกั้นเป็นส่วนใหญ่ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอังคาร (7 เม.ย.) ว่า ช่องแคบจะเปิดใช้งานได้ แต่ทางอิหร่านยังยืนยันว่ากองกำลังของตนจะควบคุมการสัญจร พร้อมกระจายเสียงแจ้งเรือทุกลำว่าช่องแคบยังคงปิดอยู่
มิตซุย โอ.เอส.เค.ไลน์ส มีเรือมากกว่า 900 ลำ โดยหลายลำติดค้างในอ่าวเปอร์เซียนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อกว่าหนึ่งเดือนก่อน ขณะที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ย้ำเมื่อวันพุธ (8 เม.ย.) ถึงคำขอให้มีการรับประกันความปลอดภัยของเรือญี่ปุ่นที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่บริษัทแห่งนี้ร่วมเป็นเจ้าของ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ นับเป็นเรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นลำแรกที่แล่นผ่านเส้นทางน้ำสำคัญนี้ได้สำเร็จ แม้เรือบางลำจะสามารถผ่านไปได้ แต่ทามูระระบุว่า นั่นเป็นไปตาม "สถานการณ์เฉพาะ" ของเรือแต่ละลำ บริษัทจำเป็นต้องเห็น "เสถียรภาพที่ยั่งยืน" ก่อนที่จะส่งเรือออกไปอย่างต่อเนื่อง