สถานีโทรทัศน์ NHK รายงานในวันนี้ (9 เม.ย.) ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้เพิ่มสนามบินและท่าเรือจำนวน 17 แห่ง เข้าในรายชื่อสิ่งอำนวยความสะดวกที่กำหนดไว้เพื่ออนุญาตให้กองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) และกองกำลังรักษาความปลอดภัยชายฝั่งญี่ปุ่น (JCG) สามารถใช้งานได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ
ภายใต้ข้อกำหนดดังกล่าว โครงสร้างพื้นฐานของสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้จะได้รับการปรับปรุงและขยายขอบเขต เพื่อให้อากาศยานและเรือของ SDF และ JCG สามารถใช้สำหรับการฝึกซ้อมและวัตถุประสงค์อื่น ๆ ได้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การเพิ่มรายชื่อครั้งล่าสุดนี้ ทำให้จำนวนรวมของสิ่งอำนวยความสะดวกทั่วประเทศที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดไว้เพื่อใช้งานด้านการป้องกันประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 57 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยสนามบิน 24 แห่ง และท่าเรือ 33 แห่ง
ด้านสำนักข่าวจิจิเพรส (Jiji Press) รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดสรรงบประมาณ 2.25 แสนล้านเยน (ประมาณ 1.42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีงบประมาณ 2569 สำหรับการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงเงินทุนสนับสนุนการพัฒนาถนนเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่กำหนดไว้ โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจากจำนวน 9.68 หมื่นล้านเยนที่จัดสรรไว้ในปีงบประมาณก่อนหน้า
สิ่งอำนวยความสะดวกที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ได้แก่ ท่าอากาศยานนิวชิโตเสะ ในจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น, ท่าอากาศยานนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ ในจังหวัดไอจิ ทางตอนกลางของญี่ปุ่น และท่าเรือเซนได-ชิโอกามะ ในจังหวัดมิยากิ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า สิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้กำหนดไว้นี้จะยังคงถูกใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางพลเรือนเป็นหลัก ในขณะที่การยกระดับ เช่น การขยายรันเวย์ และการขยายท่าเทียบเรือ จะดำเนินการเมื่อมีความจำเป็น
นอกจากนี้ รายงานระบุว่ารัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนที่จะประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป เพื่อพิจารณากำหนดสถานที่เพิ่มเติมในอนาคต