ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า อาจไม่ขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้ภายในวันพุธหน้า ซึ่งทำให้ความเสี่ยงของการกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารยังคงกดดันตลาดพลังงานโลกที่กำลังเผชิญความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า ระยะเวลาสำหรับการแก้ไขปัญหาทางการทูตกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวซึ่งจะหมดอายุในวันพุธนี้ เขาระบุว่า อาจไม่ขยายเวลา และมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเริ่มปฏิบัติการทิ้งระเบิดอีกครั้ง
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงแนวทางเกี่ยวกับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน โดยระบุว่า สหรัฐฯ มีความจำเป็นต้องเข้าควบคุมยูเรเนียมดังกล่าว และจะดำเนินการร่วมกับอิหร่านเพื่อนำยูเรเนียมกลับมายังสหรัฐฯ หากไม่สามารถดำเนินการในลักษณะนี้ได้ ก็อาจต้องใช้มาตรการอื่นที่มีความเข้มงวดมากขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังขาจากทั้งเจ้าหน้าที่อิหร่านและภาคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือ โดยแม้ก่อนหน้านี้ทรัมป์จะระบุว่ามีความคืบหน้าเกี่ยวกับการเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซ แต่เจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูงรายหนึ่งระบุว่า ข้อเรียกร้องให้ขนส่งคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของประเทศไปยังสหรัฐฯ ถือเป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถยอมรับได้ตั้งแต่ต้น
ในขณะเดียวกัน ตลาดการเงินและนักวิเคราะห์ด้านพลังงานยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวัง เนื่องจากถ้อยแถลงที่มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า แม้จะมีข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่กิจกรรมการเดินเรือจริงยังคงถูกจำกัดอย่างมาก
มีรายงานว่า เรือพาณิชย์จำนวนมากได้เปลี่ยนเส้นทางออกจากพื้นที่ดังกล่าวอย่างกะทันหัน พร้อมทั้งปิดระบบติดตามตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนว่าผู้ประกอบการขนส่งยังคงมองว่า เส้นทางดังกล่าวมีความเสี่ยงและยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
แม้จะมีความไม่แน่นอนดังกล่าว ทรัมป์ยังคงแสดงความเชื่อมั่นว่า สามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้ อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่างท่าทีเชิงบวกของฝ่ายบริหารสหรัฐฯ กับสถานการณ์ด้านการขนส่งจริงในพื้นที่ ทำให้ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากตั้งคำถามถึงเสถียรภาพของกระบวนการเจรจาในปัจจุบัน