นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า ขณะนี้ อิหร่านยังไม่มีแผนที่จะจัดการเจรจาสันติภาพรอบที่สองกับสหรัฐ
นายบาเกอีกล่าวว่า การกระทำของสหรัฐไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการดำเนินกระบวนการทางการทูตแต่อย่างใด โดยระบุว่า นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลเมื่อวันที่ 8 เม.ย. "พวกเราเผชิญกับการผิดคำสัญญาของสหรัฐอย่างต่อเนื่อง"
นายบาเกอีระบุว่า สหรัฐอ้างว่าข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการหยุดยิงทั้งหมด ทั้งที่ผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถานได้ชี้แจงเรื่องนี้อย่างชัดเจน พร้อมเสริมว่า หลังจากมีการตกลงกันในประเด็นดังกล่าวแล้ว "เรากลับต้องเผชิญกับการกระทำของพวกเขาในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งพวกเขาเรียกว่า การปิดล้อมทางทะเล"
เขายังกล่าวถึงเหตุการณ์โจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเช่นกัน
นายบาเกอีกล่าวว่า ตามมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ การปิดล้อมทะเลและท่าเรือของประเทศหนึ่งถือเป็นการกระทำที่เป็นการรุกราน พร้อมระบุว่าอิหร่านจะพิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางในอนาคตอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนชาวอิหร่านเป็นสำคัญ
เขายังกล่าวว่า ประเด็นการเคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านไม่เคยเป็นทางเลือกในการเจรจา และย้ำว่าอิหร่านให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสำเร็จด้านนิวเคลียร์ อุตสาหกรรม และวิทยาศาสตร์ของประเทศ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ทำการขู่อีกครั้งว่า สหรัฐจะทำลายโรงไฟฟ้าและสะพานทุกแห่งในอิหร่าน หากผู้นำของอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐ ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้ (21 เม.ย.) ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับวันพุธที่ 22 เม.ย.ตามเวลาไทย