อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการใหญ่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการเดินเรือของสหประชาชาติ (UN) เรียกร้องให้ยุติการโจมตีเรือพาณิชย์โดยทันที พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงที่พุ่งสูงขึ้นต่อลูกเรือ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น
โดมิงเกซกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพุธ (22 เม.ย.) ว่า "การโจมตีและการยึดเรือพาณิชย์เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้" พร้อมเตือนให้ยุติ "การกระทำที่ขาดการยั้งคิดเหล่านี้" และ "ปล่อยเรือรวมถึงลูกเรือผู้บริสุทธิ์โดยทันที"
นอกจากนี้ โดมิงเกซยังระบุว่าสถานการณ์ในขณะนี้มีความผันผวนอย่างรุนแรง พร้อมตั้งคำถามถึงการที่บริษัทต่าง ๆ ยังคงเดินเรือในน่านน้ำที่มีความเสี่ยงสูงว่า "ผมไม่เข้าใจว่าทำไมหลายบริษัทถึงยอมเสี่ยงและทำให้ชีวิตของลูกเรือต้องตกอยู่ในอันตราย"
โดมิงเกซระบุว่า มีลูกเรือเกือบ 20,000 คนที่ยังคงติดค้างอยู่หลังจากผ่านมานานถึง 7 สัปดาห์ และยังไม่ทราบชะตากรรมที่แน่นอนว่าจะได้กลับบ้านเมื่อใด และย้ำว่า "การลดความตึงเครียด การลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง และการคืนเสรีภาพในการเดินเรือ คือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ทางออก"
ข้อมูลจาก IMO ระบุว่า ณ วันที่ 22 เม.ย. มีเหตุการณ์โจมตีเรือในภูมิภาคนี้ที่ได้รับการยืนยันแล้วอย่างน้อย 26 ครั้ง ส่งผลให้มีลูกเรือเสียชีวิต 10 ราย โดยทางองค์กรได้กำชับให้เรือที่ปฏิบัติการใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซใช้ความระมัดระวังในระดับสูงสุด
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐฯ ประกาศมาตรการปิดล้อมเรือที่เดินทางเข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่านเมื่อวันที่ 13 เม.ย.
กองทัพสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันอาทิตย์ (19 เม.ย.) ว่า ได้ทำการยิงสกัดเรือสินค้าอิหร่านขณะกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือบันดาร์อับบาสของอิหร่าน ก่อนจะขึ้นเรือและเข้าควบคุมเรือลำดังกล่าว
ขณะเดียวกันสื่อท้องถิ่นของอิหร่านรายงานเมื่อวันพุธว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้เข้ายึดเรือ 2 ลำที่พยายามเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาต