เจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) เข้ามอบตัวต่อศาลชั้นต้นรัฐบาลกลางในรัฐเวอร์จิเนียเมื่อวันพุธ (29 เม.ย.) ในคดีที่อัยการกล่าวหาว่าโคมีย์โพสต์ข้อความข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ก่อนที่ผู้พิพากษาจะอนุญาตให้ปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อเตรียมส่งคดีไปพิจารณาต่อที่ศาลในรัฐนอร์ทแคโรไลนา
ต้นตอของคดีนี้ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพ.ค. 2568 โคมีย์โพสต์ภาพเปลือกหอยบนชายหาดที่นำมาเรียงเป็นตัวเลข "86 47" ลงบนอินสตาแกรม อัยการระบุในคำฟ้องว่า วิญญูชนทั่วไปย่อมตีความสารนี้ได้ว่าเป็นการข่มขู่ประธานาธิบดี เนื่องจากเลข "86" เป็นคำสแลงในวงการร้านอาหารที่มีความหมายว่า "กำจัดทิ้ง" หรือไล่ออกไป ขณะที่เลข "47" สื่อถึงโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม โคมีย์ลบโพสต์ดังกล่าวทิ้งหลังเผยแพร่ไปได้ไม่นาน พร้อมชี้แจงว่าตนตั้งใจสื่อสารประเด็นทางการเมือง และไม่ทราบมาก่อนว่าตัวเลขนี้จะนำไปโยงกับความรุนแรง
จากการกระทำดังกล่าว คณะลูกขุนใหญ่ระดับรัฐบาลกลางในรัฐนอร์ทแคโรไลนาจึงมีมติสั่งฟ้องโคมีย์เมื่อวันอังคาร (28 เม.ย.) ใน 2 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดี และข้อหาส่งข้อความข่มขู่ข้ามรัฐ ซึ่งมีระวางโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี
ถัดมาในวันพุธ โคมีย์เดินทางเข้ามอบตัวและรับฟังคำฟ้องต่อหน้าผู้พิพากษาวิลเลียม ฟิตซ์แพทริก ที่ศาลชั้นต้นรัฐบาลกลาง เขตตะวันออกของรัฐเวอร์จิเนีย โดยมีคนในครอบครัวเดินทางมาร่วมรับฟังการพิจารณาคดีด้วย โคมีย์ไม่ได้กล่าวถ้อยคำใด ๆ ในชั้นศาล แต่ก่อนหน้านี้เขายืนยันมาตลอดว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์และพร้อมสู้คดี
ทางด้านแพทริก ฟิตซ์เจอรัลด์ ทนายความส่วนตัวของโคมีย์ เปิดเผยว่าเตรียมนำเสนอข้อโต้แย้งว่าคดีนี้เป็นการฟ้องร้องโดยมีเจตนากลั่นแกล้งเพื่อลงโทษโคมีย์จากการใช้สิทธิตามกฎหมาย
ท้ายที่สุด ผู้พิพากษาฟิตซ์แพทริกมีคำสั่งปล่อยตัวอดีตผู้อำนวยการ FBI โดยไม่กำหนดเงื่อนไขพิเศษใด ๆ และคาดว่าจะมีการนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปที่รัฐนอร์ทแคโรไลนา
ในวันเดียวกัน ปธน.ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาวถึงประเด็นนี้ โดยระบุว่าเขามองตัวเลข "86" เป็นคำศัพท์ของพวกแก๊งมาเฟีย
"คนทั่วไปอาจจะคิดว่าคำนี้หมายถึงการทำให้หายตัวไป แต่พวกมาเฟียใช้คำนี้เวลาที่อยากจะฆ่าใครสักคน" ทรัมป์กล่าว และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าโพสต์ดังกล่าวทำให้ชีวิตตกอยู่ในอันตรายหรือไม่ ทรัมป์ตอบกลับว่า "ก็คงงั้น ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน"