ประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารของเมียนมา ประกาศลดโทษนักโทษทุกคนทั่วประเทศลง 1 ใน 6 ในวันนี้ (30 เม.ย.) ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดอองซาน ซูจี อดีตผู้นำที่ถูกยึดอำนาจ ระบุว่า มาตรการที่ครอบคลุมดังกล่าวจะส่งผลให้ระยะเวลาการคุมขังเธอลดน้อยลงกว่าเดิม
แถลงการณ์จากทำเนียบประธานาธิบดีเนื่องในวันหยุดนักขัตฤกษ์ระบุว่า นักโทษจะได้รับการลดโทษที่เหลืออยู่ลง 1 ใน 6 และแม้จะไม่ได้มีการระบุชื่อของนักโทษรายใดเป็นพิเศษ แต่แหล่งข่าวจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ระบุว่า อองซาน ซูจี วัย 80 ปี จะได้รับการลดโทษที่เหลือลง 1 ใน 6 ด้วยเช่นเดียวกัน
ประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สื่อต่างชาติรายงานโดยอ้างอิงทนายของซูจีก่อนหน้านี้ในเดือนเม.ย. ว่า โทษของซูจีจะถูกลดลง 1 ใน 6 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนนิรโทษกรรมของมิน อ่อง หล่าย
ทั้งนี้ ซูจีถูกกักตัวนับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2564 อย่างไรก็ตาม สมาชิกระดับสูงของพรรค NLD ที่ถูกสั่งยุบไปแล้วระบุว่า แม้โทษของเธอจะลดลง แต่ระยะเวลาที่เหลือในการรับโทษจริงยังคงไม่มีความชัดเจน โดยแหล่งข่าวเปิดเผยกับสื่อต่างชาติว่า "เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโทษของเธอเหลืออีกกี่ปีกันแน่"
กองทัพเมียนมาโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของซูจีเมื่อ 5 ปีก่อน พร้อมควบคุมตัวเธอในข้อหาต่าง ๆ มากมาย ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า เป็นข้อหาที่กุขึ้นเพื่อกีดกันเธอออกจากการเมือง จนนำไปสู่ชนวนเหตุของสงครามกลางเมือง
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมียนมาก็อยู่ภายใต้การนำของมิน อ่อง หล่าย ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก่อนจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีพลเรือนในเดือนเม.ย. หลังการเลือกตั้งที่มีการจำกัดสิทธิ์อย่างเข้มงวดและกีดกันพรรค NLD ออกจากการแข่งขัน
กลุ่มเฝ้าระวังด้านประชาธิปไตยวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการดังกล่าวว่าเป็นเพียง "การรีแบรนด์" การปกครองโดยทหาร และไม่ยอมรับการผ่อนคลายข้อบังคับบางประการหลังรัฐประหาร โดยตีตราว่า เป็นเพียงมาตรการ "ผักชีโรยหน้า" ที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ของรัฐบาลเท่านั้น
ปัจจุบัน โทษของซูจีที่ตัดสินโดยระบบศาลที่ขาดความโปร่งใสของเมียนมานั้นยังคงไม่แน่ชัดว่าถือว่ารับโทษไปแล้วเท่าใด และจะเหลือระยะเวลาที่ต้องถูกคุมขังจริงอีกนานเพียงใด โดยในระยะแรกเธอถูกตัดสินจำคุกรวมกว่า 30 ปีจากการพิจารณาคดีลับ ในข้อหาตั้งแต่การคอร์รัปชันไปจนถึงการละเมิดกฎระเบียบควบคุมโควิด-19 ก่อนที่ต่อมาในปี 2566 มีการอภัยโทษในบางฐานความผิด ส่งผลให้โทษของซูจีลดลงเหลือ 27 ปี
ทั้งนี้ มิน อ่อง หล่าย ได้ออกคำสั่งลดโทษทั่วประเทศเนื่องในวันหยุดนักขัตฤกษ์ในช่วงแรกของการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานาธิบดีพลเรือนเมื่อเดือนเม.ย. ซึ่งมีลักษณะเกือบจะเหมือนกับคำสั่งในวันนี้ ส่งผลให้ระยะเวลาการคุมขังของซูจีลดลงไปอีกส่วนหนึ่ง
นอกจากนี้ เขายังได้อภัยโทษให้วี่น-มหยิ่น คนสนิทของซูจีซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเชิงสัญลักษณ์ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า มาตรการกักขังซูจีอาจได้รับการผ่อนปรนอย่างมากในลำดับถัดไป
ซูจียังคงได้รับความนิยมอย่างล้นหลามภายในเมียนมา แต่เธอถูกตัดขาดจากการติดต่อกับโลกภายนอกเกือบโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ครอบครัวของเธอออกมาเตือนเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่ย่ำแย่ลงของเธอ