กองทัพเรืออิหร่านเปิดเผยว่า ได้ขับไล่เรือรบของฝ่ายศัตรูที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังมีการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด โดยข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์ยังไม่สามารถยืนยันรายงานนี้ได้ในทันที ขณะที่กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ระบุว่า ไม่มีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ลำใดถูกโจมตี
แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อระบุผ่านสำนักข่าวทัสนิมว่า อิหร่านพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ และจะไม่ยอมถูกสหรัฐฯ ข่มขู่ พร้อมเสริมว่า นอกจากการยิงตอบโต้ไปยังทิศทางของเรือรบสหรัฐฯ แล้ว ยังมีแผนการอื่นที่เตรียมไว้และพร้อมนำมาใช้หากจำเป็น
ก่อนหน้านี้ กองทัพอิหร่านได้เตือนกองกำลังสหรัฐฯ ไม่ให้เข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินการนำทางเรือที่ติดค้างจากการปิดเส้นทางดังกล่าว โดยอิหร่านยังระบุว่า เรือพาณิชย์ไม่ควรเคลื่อนไหวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกองกำลังของอิหร่าน
ในช่วงสุดสัปดาห์ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยแผนที่เรียกว่า Project Freedom ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของแผนดังกล่าว
ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานว่า ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วมที่นำโดยสหรัฐฯ ได้จัดตั้งพื้นที่รักษาความปลอดภัยขั้นสูงทางตอนใต้ของเส้นทางเดินเรือปกติ พร้อมระบุว่า เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีทุ่นระเบิดทางทะเลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบและกำจัดอย่างสมบูรณ์
กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ซึ่งกำลังดำเนินมาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน เปิดเผยว่า จะสนับสนุนปฏิบัติการด้วยกำลังทหาร 15,000 นาย และอากาศยานทั้งทางบกและทางทะเลมากกว่า 100 ลำ
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นประเด็นสำคัญของตลาดโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์บริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่านที่ใช้ขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก และถูกปิดแทบทั้งหมดนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนก.พ.
การปิดกั้นดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้นจนกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ได้ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้งในวันนี้