อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศบริเวณชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน เมื่อช่วงค่ำวันพุธ (6 พ.ค.) นับเป็นการโจมตีครั้งแรกหลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่กลางเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ตามการรายงานของสถานีโทรทัศน์จาดีด (Jadeed)
ขณะที่สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) รายงานว่า เรือรบของอิสราเอลได้ยิงขีปนาวุธ 3 ลูกโจมตีอาคารพักอาศัยในเขตฮาเรต ฮรีก ส่งผลให้อาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่รถพยาบาลเร่งเข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
รายงานยังระบุว่า มีการบินลาดตระเวนของโดรนทหารอิสราเอลในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องเหนือกรุงเบรุตและพื้นที่ชานเมืองตอนใต้
นอกจากนี้ NNA ยังรายงานด้วยว่า การโจมตีทางอากาศและปืนใหญ่ของอิสราเอลในวันเดียวกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคนทั่วพื้นที่ทางตอนใต้และตะวันออกของเลบานอน รวมถึงนายกเทศมนตรีของหมู่บ้านแห่งหนึ่งและสมาชิกครอบครัวอีก 3 คน
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และอิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหม ออกแถลงการณ์ร่วม ยืนยันปฏิบัติการดังกล่าว โดยมุ่งเป้าสังหาร มาลิก บัลลูต ผู้บัญชาการกองกำลังรัดวาน (Radwan Force) ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาทในการสั่งการโจมตีชุมชนและทหารอิสราเอล
โดยสถานีโทรทัศน์คาน ทีวี (Kan TV) ของรัฐบาลอิสราเอล รายงานว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเชื่อว่า บัลลูตเสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่มีสหรัฐฯ ร่วมประสานงาน
ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ประกาศตอบโต้ด้วยการโจมตียานพาหนะทางทหารและการรวมตัวของทหารอิสราเอล
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เหตุการณ์รุนแรงครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นแม้ข้อตกลงหยุดยิงเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เที่ยงคืนของช่วงวันที่ 16-17 เม.ย. ซึ่งภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวที่สหรัฐฯ เป็นผู้ประกาศ อิสราเอลยังคงมีสิทธิใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อป้องกันตนเอง หากถูกโจมตี