รัฐบาลนิวซีแลนด์ปรับปรุงแผนรับมือวิกฤตเชื้อเพลิงโดยเน้นความยืดหยุ่นและลดความซับซ้อนของมาตรการปันส่วนพลังงาน เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงทั่วโลกยังคงยืดเยื้อจากสถานการณ์ความผันผวนในตะวันออกกลาง
คริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ แถลงวันนี้ (11 พ.ค.) ว่า แผนฉบับปรับปรุงนี้เกิดขึ้นหลังจากการหารือกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนหากเกิดการหยุดชะงักด้านเชื้อเพลิงเป็นเวลานาน
ด้านนิโคลา วิลลิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุในแถลงการณ์ว่า แม้ปัจจุบันปริมาณอุปทานจะยังคงมีเสถียรภาพ แต่รัฐบาลได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งในการรับมือด้วยการปรับมาตรฐานเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับออสเตรเลีย เร่งกักเก็บน้ำมันดีเซลที่มาร์สเดนพอยต์ (Marsden Point) ในภูมิภาคนอร์ทแลนด์ พร้อมทั้งจัดหาและสำรองน้ำมันดีเซลจำนวน 90 ล้านลิตร
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ตามกรอบการทำงานฉบับปรับปรุงนี้ รัฐบาลจะนำกฎระเบียบการจัดสรรเชื้อเพลิงที่เข้มงวดมาใช้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่านั้น โดยจะเลื่อนการให้สิทธิ์เข้าถึงเชื้อเพลิงแก่ผู้ใช้งานกลุ่มสำคัญเป็นอันดับแรก เช่น บริการฉุกเฉิน สาธารณสุข โรงเรียน ศาล บริการทางการเงิน และสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไปใช้ในระยะที่ 4 แทนระยะที่ 3 ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนจากข้อเสนอเดิม
สำหรับระยะที่ 3 แผนฉบับปรับปรุงจะมุ่งเน้นการนำเชื้อเพลิงสำรองออกมาใช้ และขอความร่วมมือภาคธุรกิจให้ลดความต้องการใช้พลังงานตามความสมัครใจ
หากเกิดการหยุดชะงักอย่างรุนแรง รัฐบาลจะจัดสรรเชื้อเพลิงให้แก่บริการที่จำเป็น ห่วงโซ่อุปทานอาหาร และการขนส่งสินค้าก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนประชาชนทั่วไปอาจถูกจำกัดปริมาณการเติมน้ำมันที่สถานีบริการ
รมว.คลังนิวซีแลนด์กล่าวเสริมว่า "แบบจำลองสถานการณ์ชี้ให้เห็นว่า แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ต้องใช้แผนรับมือวิกฤตเชื้อเพลิงในระยะที่ 3 หรือ 4" แต่การเตรียมความพร้อมยังคงจำเป็นเมื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก
ทั้งนี้ แผนรับมือวิกฤตเชื้อเพลิงแบ่งเป็น 4 ระยะตามระดับความรุนแรงของการหยุดชะงักด้านอุปทาน โดยระยะแรกจะเน้นติดตามสถานการณ์ ประสานงาน และรณรงค์ประหยัดพลังงานด้วยความสมัครใจ ส่วนระยะหลังจะเพิ่มมาตรการบังคับลดการใช้พลังงานที่เข้มงวดขึ้นควบคู่ไปกับการบริหารจัดการด้านอุปทาน