ผู้นำอินโดนีเซียลุยแผนปี 2570 ตั้งเป้าความมั่นคงอาหาร-อุตสาหกรรมปลายน้ำ

ข่าวต่างประเทศ Friday May 22, 2026 14:07 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย ระบุว่า ความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นสองประเด็นสำคัญยิ่งต่ออนาคตของประเทศ ระหว่างการนำเสนอกรอบเศรษฐกิจมหภาคประจำปี 2570 ของอินโดนีเซีย

ปราโบโวกล่าวว่า "การพึ่งพาตนเองด้านอาหารเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ของผม" และเสริมว่า ความมั่นคงทางอาหารไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการเกษตรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอธิปไตยและความมั่นคงของชาติด้วย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า อินโดนีเซียได้ยกระดับความพยายามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อเสริมสร้างการผลิตข้าวภายในประเทศ การกระจายปุ๋ย และการสำรองอาหารเชิงยุทธศาสตร์ โดยในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ ปราโบโวระบุว่า คลังสำรองข้าวของประเทศมีจำนวนทะลุ 5.3 ล้านตัน ซึ่งเขาชี้ว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ขยายโครงการอาหารฟรีแก่เด็กนักเรียน หญิงตั้งครรภ์ และชุมชนผู้มีรายได้น้อย โดยปราโบโวระบุว่า โครงการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการฟรีดังกล่าวเข้าถึงผู้รับประโยชน์ไปแล้วกว่า 62.4 ล้านคนต่อวัน ซึ่งครอบคลุมถึงเด็ก หญิงตั้งครรภ์ มารดาที่ให้นมบุตร และผู้สูงอายุ

ขณะเดียวกัน ปราโบโวยังผลักดันความทะเยอทะยานทางเศรษฐกิจที่กว้างขึ้น เพื่อพลิกโฉมอินโดนีเซียจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาสินค้าโภคภัณฑ์ ไปสู่การเป็นมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมฐานการผลิตที่สามารถผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้

ปราโบโวกล่าวว่า "เราจำเป็นต้องพัฒนาอุตสาหกรรม เราต้องผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา"

วิสัยทัศน์ดังกล่าวสร้างขึ้นบนพื้นฐานของยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมปลายน้ำ (Downstreaming) ของอินโดนีเซีย ซึ่งเริ่มขึ้นในสมัยอดีตปธน.โจโก วิโดโด ที่มีการจำกัดการส่งออกแร่ธาตุที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป เช่น นิกเกิล เพื่อดำเนินนโยบายสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศและดึงดูดการลงทุนเข้าสู่โรงถลุงแร่ รวมถึงห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่

ด้านบีมา ยูธิสทิรา ผู้อำนวยการบริหารศูนย์การศึกษาเศรษฐกิจและกฎหมาย (Center of Economic and Law Studies) กล่าวว่า การผลักดันอุตสาหกรรมปลายน้ำของอินโดนีเซียได้ปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมของประเทศไปแล้ว

ยูธิสทิรากล่าวว่า "อินโดนีเซียไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงผู้จัดหาวัตถุดิบอีกต่อไป ยุทธศาสตร์ปลายน้ำนี้ได้เพิ่มการลงทุนและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่สถานะของอินโดนีเซียในอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน"


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ