"ทรัมป์" ชี้ถึงเวลาสหรัฐฯ แทรกแซงคิวบา สานต่อสิ่งที่อดีตผู้นำไม่เคยทำ

ข่าวต่างประเทศ Friday May 22, 2026 14:57 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ว่า บรรดาอดีตผู้นำสหรัฐฯ ต่างเคยคิดถึงเรื่องการเข้าแทรกแซงคิวบามานานหลายทศวรรษ และในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นผู้ที่ลงมือทำสิ่งนี้

ทรัมป์กล่าวกับนักข่าว ณ ทำเนียบขาวว่า "ปธน.คนอื่น ๆ ต่างพิจารณาเรื่องนี้มานาน 50-60 ปีแล้ว ว่าจะดำเนินการบางอย่าง และดูเหมือนว่าผมจะเป็นผู้ที่ลงมือทำสิ่งนั้น ซึ่งผมก็ยินดีที่จะทำ"

ทรัมป์กล่าวเสริมว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบาสามารถเดินทางกลับไปและให้ความช่วยเหลือได้

ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดีว่า ความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงผ่านการเจรจากับคิวบายังคงไม่สูงนักในขณะนี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังสหรัฐฯ ประกาศตั้งข้อหาฆาตกรรมต่อราอูล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีคิวบา วัย 94 ปี สะท้อนความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างสองประเทศคู่ขัดแย้งตั้งแต่ยุคสงครามเย็น และเกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนระบอบการปกครองในคิวบา ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์ของตระกูลคาสโตรกุมอำนาจเบ็ดเสร็จมาตั้งแต่ครั้งที่ฟิเดล คาสโตร พี่ชายผู้ล่วงลับของเขา เป็นผู้นำการปฏิวัติในปี 2502

ชนวนเหตุในการตั้งข้อหาอดีตผู้นำคิวบาและนักบินเครื่องบินขับไล่ของกองทัพคิวบาอีก 5 นาย มาจากเหตุการณ์เมื่อปี 2539 ที่เครื่องบินรบของคิวบายิงเครื่องบินของกลุ่มชาวคิวบาอพยพพลัดถิ่นตก

ประธานาธิบดี มิเกล ดิอัซ-กาเนล ผู้นำคิวบา กล่าวเมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) ว่า การที่สหรัฐฯ ฟ้องร้องคาสโตร เป็นเพียง "อุบายทางการเมือง" ที่ไม่มีกฎหมายรองรับ พร้อมเสริมว่ารัฐบาลสหรัฐฯ "กำลังโกหกและบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ยิงเครื่องบินขนาดเล็กตก ซึ่งเป็นขององค์กรก่อการร้ายค้ายาเสพติด บราเธอร์ส ทู เดอะ เรสคิว (Brothers to the Rescue)"

นอกจากนี้ เขายังเตือนว่า หากสหรัฐฯ โจมตีทางทหารต่อคิวบา สิ่งนั้นจะก่อให้เกิด "การนองเลือดที่มีผลพวงร้ายแรงจนมิอาจประเมินค่าได้" ตลอดจนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ