"ทรัมป์" เบรกเซ็นคำสั่งคุม AI หวั่นทำสหรัฐฯ เพลี่ยงพล้ำจีน

ข่าวต่างประเทศ Friday May 22, 2026 15:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระงับการลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ฉบับสำคัญว่าด้วย AI และความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนกำหนดการลงนามจะเริ่มต้นขึ้น โดยให้เหตุผลว่าไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาบางส่วนในร่างคำสั่งดังกล่าว

เดิมทีทำเนียบขาวมีกำหนดจัดพิธีลงนามในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (21 พ.ค.) และได้ส่งหนังสือเชิญเหล่าผู้บริหารระดับสูงจากวงการเทคโนโลยีมาร่วมเป็นสักขีพยาน แต่แผนการทั้งหมดถูกยกเลิกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเริ่มงาน

"ผมไม่ชอบบางแง่มุม ผมเลยเลื่อนออกไปก่อน ... ผมคิดว่ามันจะกลายเป็นอุปสรรค และผมไม่ต้องการให้มันเป็นเช่นนั้น" ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว "เรากำลังนำหน้าจีนและทุกประเทศอยู่ และผมไม่อยากทำอะไรที่จะมาขวางทางความเป็นผู้นำของเรา"

* เบื้องลึกหลังการเบรกเซ็นคำสั่งตัดสินใจ

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวเผยว่าเหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ตัดสินใจระงับการลงนามทั้งที่พิธีกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงนั้น เป็นเพราะที่ปรึกษาระดับสูงของทรัมป์และผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีบางส่วนแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย ประกอบกับตัวทรัมป์เองก็ไม่ได้มีความต้องการที่จะเข้ามากำกับดูแล AI ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

"เรื่องทั้งหมดนี้มันไม่มีความจำเป็น และเป็นเพียงสิ่งที่พวกกระต่ายตื่นตูมต้องการเท่านั้น" แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ก่อนที่จะถึงกำหนดลงนามคำสั่ง เดวิด แซคส์ ที่ปรึกษาด้าน AI ของปธน.ทรัมป์ และตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมอย่าง อีลอน มัสก์ จาก xAI และ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก จาก Meta ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับปธน.ทรัมป์ในช่วงคืนวันพุธถึงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมเทคโนโลยียังตั้งคำถามถึงเนื้อหาในร่างคำสั่งที่มอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นผู้มีบทบาทหลักในการค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของโมเดล AI โดยปกติแล้ว หน้าที่ดังกล่าวควรเป็นของสำนักงานความปลอดภัยไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (CISA) หรือสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) มากกว่า

"มันไม่ชัดเจนว่าทำไมกระทรวงการคลังถึงเข้ามาเกี่ยวข้อง และพวกเขามีความเชี่ยวชาญด้านนี้จริงหรือไม่" แหล่งข่าวกล่าว

การตัดสินใจเลื่อนลงนามคำสั่งครั้งนี้สร้างความผิดหวังให้กับกลุ่มที่ผลักดันการกำกับดูแล AI ในรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งพยายามผลักดันนโยบายนี้มานานหลายสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็น ซูซี ไวล์ส หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว, สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง และฌอน แคร์นครอส ผู้อำนวยการไซเบอร์แห่งชาติ ตลอดจน ไมเคิล คราตซิออส ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประธานาธิบดี

ทั้งนี้ ทรัมป์กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างการปล่อยให้บริษัท AI ของสหรัฐฯ เติบโตได้อย่างอิสระ กับการรับมือกระแสต่อต้าน AI ในหมู่สาธารณชน รวมถึงภายในพรรคของเขาเองด้วย แต่ดูเหมือนว่า ชัยชนะในครั้งนี้จะตกเป็นของกลุ่มผู้สนับสนุนการเร่งพัฒนาเทคโนโลยี โดยทรัมป์เลือกที่จะเดิมพันกับการรักษาความได้เปรียบเหนือจีน มากกว่าการออกมาตรการควบคุมที่เคร่งครัดในขณะนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ