อิหร่านออกโรงปฏิเสธรายงานของสำนักข่าวอัล ฮาดัธ ของซาอุดีอาระเบียที่อ้างว่า อิหร่านพร้อมที่จะขนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงออกจากดินแดนของตนเอง ยืนยันอิหร่านไม่ได้ตกลงที่จะดำเนินการดังกล่าว
สำนักข่าวทาสนิม ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานในวันจันทร์ (25 พ.ค.) ว่า ผลการตรวจสอบพบว่า รายงานดังกล่าว ซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าวระดับสูง เกี่ยวกับรายละเอียดของบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ นั้น ไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งระบุเพิ่มเติมว่า รายงานข่าวดังกล่าวเป็นปฏิบัติการจิตวิทยาของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับข่าวอื่น ๆ ที่สื่อซาอุดีอาระเบียรายงานเกี่ยวกับรายละเอียดของการเจรจาสันติภาพ
"เนื้อหาของ MoU ที่มีอยู่จนถึงวันนี้ ไม่มีข้อความใดที่ประกาศความพร้อมของอิหร่านในการเคลื่อนย้ายวัตถุนิวเคลียร์ และอิหร่านไม่ได้มีข้อผูกมัดใด ๆ เกี่ยวกับการดำเนินการทางนิวเคลียร์ในบันทึกดังกล่าว" สื่ออิหร่านรายงานขณะเดียวกัน โมฮัมหมัด บาเกอร์ โซลฆาดร์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวในสารที่ส่งถึงประชาชนเมื่อวันจันทร์ว่า "จะไม่มีการยอมอ่อนข้อ" พร้อมระบุว่า อิหร่านต้องสามัคคีและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อไม่ให้สหรัฐฯ และอิสราเอลสมหวัง
ก่อนหน้านี้ อิสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ (23 พ.ค.) ว่า อิหร่านและสหรัฐฯ กำลังร่วมมือกันเพื่อสรุป MoU ในการยุติสงครามครั้งนี้
บากาอีกล่าวกับสำนักข่าวสถานีโทรทัศน์ไออาร์ไอบีของรัฐบาลอิหร่านว่า "ความตั้งใจของเราคือการตกลงกันให้ได้ก่อนเกี่ยวกับร่าง MoU ซึ่งประกอบด้วยข้อกำหนด 14 ข้อ" และเสริมว่า ทั้งสองฝ่ายน่าจะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้ภายในกรอบเวลา 30-60 วัน
ทั้งนี้ อิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล บรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เม.ย. หลังจากสู้รบอย่างดุเดือดนาน 40 วัน โดยภายหลังการประกาศหยุดยิง คณะผู้แทนของอิหร่านและสหรัฐฯ ได้เปิดฉากเจรจาสันติภาพรอบแรกขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 11 และ 12 เม.ย. แต่ในตอนนั้นยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแผนข้อเสนอหลายฉบับที่กำหนดเงื่อนไขในการยุติความขัดแย้ง โดยมีปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ย