กองทัพอิสราเอลแถลงในวันนี้ (8 มิ.ย.) ว่า กองทัพได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีขนานใหญ่ต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศเชิงยุทธศาสตร์ในอิหร่าน ท่ามกลางการยกระดับสถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา
กองทัพอิสราเอลระบุว่า เครื่องบินรบของกองทัพอากาศอิสราเอลหลายสิบเครื่องได้เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้ พร้อมเสริมว่าปฏิบัติการดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศซึ่งเคยถูกรื้อถอนไปแล้วระหว่างการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ. แต่เพิ่งถูกนำกลับมาติดตั้งใหม่ทั่วอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลเตหะรานที่จะฟื้นฟูขีดความสามารถในการตรวจจับและการป้องกันของตนเอง
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การยกระดับสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยมีชนวนเหตุมาจากการที่อิสราเอลโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุตของเลบานอนเมื่อวันอาทิตย์ (7 มิ.ย.) จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่หลายระลอก ขณะที่อิสราเอลได้ทำการตอบโต้กลับในช่วงเช้าตรู่วันนี้ด้วยการมุ่งเป้าโจมตีสถานที่หลายแห่งในพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของอิหร่าน