ญี่ปุ่นออกกฎหมายคุมเข้มการใช้งานเครื่องบินไร้คนขับหรือโดรนในวันนี้ (17 มิ.ย.) โดยมีการขยายเขตห้ามบินสำหรับอากาศยานไร้คนขับ จากเดิมในระยะประมาณ 300 เมตรรอบสถานที่สำคัญที่กำหนด เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,000 เมตร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการต่อต้านการก่อการร้าย
แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อพื้นที่เฉพาะเจาะจงที่จะถูกควบคุมในครั้งนี้ แต่หลายฝ่ายคาดว่า สถานที่หลายแห่งในเขตชิโยดะและเขตมินาโตะของกรุงโตเกียวจะรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น พระราชวังอิมพีเรียล ทำเนียบนายกรัฐมนตรี และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ทั้งนี้ เขตห้ามบินบางแห่งอาจขยายอาณาเขตออกไปไกลกว่า 1 กิโลเมตร โดยขึ้นอยู่กับลักษณะทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่นั้น ๆ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การบินโดรนภายใน "พื้นที่สีเหลือง" (Yellow Zone) หรือเขตห้ามบิน จะมีบทลงโทษทันที คือจำคุกสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 เยน (3,120 ดอลลาร์สหรัฐ)
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ทันทีเฉพาะเมื่อพบโดรนบินอยู่เหนือสถานที่สำคัญที่กำหนดไว้โดยตรงเท่านั้น โดยพื้นที่ดังกล่าวถูกเรียกว่า "พื้นที่สีแดง" (Red Zone)
ตามกฎระเบียบใหม่นี้ สถานที่บางแห่งจะถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมเป็นการชั่วคราวในช่วงเวลาที่มีการจัดพิธีการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีนายกรัฐมนตรี สมเด็จพระจักรพรรดิ หรือผู้นำต่างประเทศเข้าร่วมงาน
นอกจากนี้ ระยะทางในการส่งสัญญาณภาพวิดีโอของโดรนยังพัฒนาขึ้นสูงสุดถึง 10 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับในอดีตที่ทำได้เพียง 200-300 เมตร ส่วนขีดความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 80 กรัม-5 กิโลกรัม พุ่งสูงขึ้นเป็นสูงสุดถึง 30 กิโลกรัม
เพื่อไม่ให้เป็นการขัดขวางการใช้งานโดรนในภาพรวม รัฐบาลญี่ปุ่นจะแสดงพื้นที่จำกัดการบินดังกล่าวบนแผนที่ออนไลน์ของสำนักงานสารสนเทศภูมิศาสตร์แห่งประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งร่วมมือกับผู้ค้าปลีกเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบข้อบังคับเหล่านี้ต่อไป