ส่อง 14 ข้อใน MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน มุ่งยุติสงคราม-เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ข่าวต่างประเทศ Thursday June 18, 2026 13:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รัฐบาลสหรัฐฯ แถลงเปิดเผยเนื้อหาของร่างข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.) เพื่อยุติสงครามในอิหร่านและเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ เป็นผู้อ่านรายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าวต่อหน้าสื่อมวลชน

ข้อตกลงดังกล่าวได้ระบุถึงกรอบความเข้าใจร่วมกันในระดับนโยบายจำนวน 14 ข้อ โดยจะเลื่อนการพิจารณาประเด็นปัญหาที่ยากที่สุดหลายเรื่องออกไปก่อน เช่น ขั้นตอนการทยอยลดบทบาทและยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน จนกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้สำเร็จ นอกจากนี้ ข้อตกลงนี้ยังช่วยปูทางไปสู่กรอบเวลาการเจรจาในระดับที่กว้างขึ้นเป็นเวลา 60 วัน ซึ่งมีกำหนดเริ่มเปิดฉากขึ้น ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ (19 มิ.ย.)

ต่อไปนี้คือเนื้อหาฉบับเต็มของเอกสารที่มีชื่อว่า "บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน" (Islamabad Memorandum of Understanding between the United States of America and the Islamic Republic of Iran) ตามถ้อยแถลงดังกล่าว:

1. สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ตลอดจนพันธมิตรของทั้งสองฝ่ายในสงครามปัจจุบัน ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับนี้เพื่อประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงสมรภูมิในเลบานอน พร้อมทั้งรับรองว่านับจากนี้เป็นต้นไปจะไม่ริเริ่มการทำสงครามหรือปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ต่อกัน งดเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลังต่อกัน ตลอดจนร่วมรับประกันบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของเลบานอน ทั้งนี้ ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะยืนยันถึงการสิ้นสุดสงครามอย่างถาวรในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน ตลอดจนข้อกำหนดอื่น ๆ ในวรรคนี้

2. สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านรับที่จะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน และจะงดเว้นจากการแทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย

3. สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านมุ่งมั่นที่จะเจรจาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน และสามารถขยายเวลาออกไปได้หากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน

4. ทันทีที่ลงนามใน MOU ฉบับนี้ สหรัฐอเมริกาจะเริ่มยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล ตลอดจนขจัดอุปสรรคหรือการรบกวนใด ๆ ต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และจะยุติการปิดล้อมทางทะเลอย่างเต็มรูปแบบภายใน 30 วัน ทั้งนี้ ในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว ปริมาณการเดินเรือจะเป็นไปตามสัดส่วนของปริมาณการสัญจรก่อนเกิดสงครามที่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านกำลังฟื้นฟูกลับคืนมา นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังรับที่จะถอนกำลังทหารออกจากบริเวณใกล้เคียงกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านภายใน 30 วันหลังจากบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย

5. เมื่อลงนามใน MOU ฉบับนี้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดการให้เรือพาณิชย์สามารถผ่านทางได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน เฉพาะในเส้นทางจากอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลโอมานและในทางกลับกัน ทั้งนี้ การเดินเรือพาณิชย์จะเริ่มต้นขึ้นโดยทันที และเมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นในการขจัดอุปสรรคทางเทคนิค ทางทหาร ตลอดจนการกวาดทุ่นระเบิดโดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ระบบการเดินเรือจะได้รับการฟื้นฟูกลับคืนมาภายใน 30 วัน โดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะหารือร่วมกับรัฐสุลต่านโอมาน เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการและบริการทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต พร้อมทั้งจะร่วมหารือกับรัฐชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องและสิทธิอธิปไตยของรัฐชายฝั่งช่องแคบฮอร์มุซ

6. สหรัฐอเมริการับที่จะร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อจัดทำแผนการบูรณะและพัฒนาเศรษฐกิจของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่ชัดเจนและเห็นชอบร่วมกัน โดยมีมูลค่ารวมอย่างน้อย 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกลไกการดำเนินงานตามแผนนี้จะได้รับข้อสรุปเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้อนุมัติใบอนุญาต การผ่อนผัน และการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

7. สหรัฐอเมริการับที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทุกรูปแบบต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งรวมถึงมติต่าง ๆ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) อันได้แก่ มติของคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวทั้งหมดของสหรัฐฯ ทั้งในขั้นปฐมภูมิและขั้นทุติยภูมิ ตามกำหนดการที่จะตกลงร่วมกันในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้าย ทั้งนี้ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสหรัฐอเมริกาต่างตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของประเด็นการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวข้างต้น และแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะเร่งจัดการกับประเด็นเหล่านี้ในการเจรจาทันที เพื่อบรรลุข้อตกลงร่วมกัน

8. สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านขอยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่จัดหาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาการจัดการกับวัสดุนิวเคลียร์เสริมสมรรถนะที่เก็บสะสมไว้ตามกลไกที่เห็นพ้องร่วมกัน ภายใต้กำหนดเวลาที่ระบุไว้ในข้อ 7 โดยมีแนวทางปฏิบัติขั้นต่ำคือการลดระดับความเข้มข้นของแร่ยูเรเนียม ณ โรงงานปฏิบัติการ ภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะหารือในประเด็นการเสริมสมรรถนะแร่นิวเคลียร์ รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เห็นพ้องร่วมกันอันเกี่ยวข้องกับความจำเป็นด้านนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน บนพื้นฐานของกรอบการทำงานที่น่าพึงพอใจซึ่งจะตกลงกันในข้อตกลงขั้นสุดท้าย ซึ่งข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะยืนยันถึงข้อกำหนดในวรรคนี้ ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านต่างตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของประเด็นนิวเคลียร์ดังกล่าวข้างต้น และแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะเร่งจัดการกับประเด็นเหล่านี้ในการเจรจาทันทีเพื่อบรรลุข้อตกลงร่วมกัน

9. ในระหว่างรอข้อตกลงขั้นสุดท้าย สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงที่จะรักษาสถานะเดิมไว้ โดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะคงสถานะปัจจุบันของโครงการนิวเคลียร์ของตน ขณะที่สหรัฐอเมริกาจะไม่บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรใหม่ใด ๆ และจะไม่วางกำลังทหารเพิ่มเติมในภูมิภาคดังกล่าว

10. สหรัฐอเมริการับรองว่า ทันทีที่ลงนามใน MOU ฉบับนี้และจนกว่ามาตรการคว่ำบาตรจะสิ้นสุดลง กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะอนุมัติการผ่อนผันสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และอนุพันธ์ปิโตรเลียมของอิหร่าน รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งรวมถึงธุรกรรมทางธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง ฯลฯ

11. สหรัฐอเมริการับที่จะเปิดทางให้สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเงินทุนและสินทรัพย์ที่ถูกอายัดหรือถูกจำกัดไว้ได้อย่างเต็มที่ โดยเมื่อเริ่มบังคับใช้ MOU ฉบับนี้ สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะตกลงร่วมกันในขั้นตอนการปล่อยเงินทุนเหล่านี้ระหว่างการเจรจา ทั้งนี้ เงินทุนดังกล่าว ไม่ว่าจะถูกเก็บไว้ในบัญชีเดิมหรือถูกโอนย้ายไปแล้ว จะต้องสามารถนำมาใช้ชำระเงินให้กับผู้รับประโยชน์ปลายทางที่กำหนดโดยธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสหรัฐอเมริการับที่จะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมดตามกระบวนการนี้

12. สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านตกลงที่จะจัดตั้งกลไกการดำเนินงานเพื่อติดตามการบังคับใช้ MOU ฉบับนี้ให้ประสบความสำเร็จ ตลอดจนการปฏิบัติตามข้อตกลงขั้นสุดท้ายในอนาคต

13. ภายหลังการลงนามใน MOU ฉบับนี้ และเมื่อเริ่มต้นดำเนินการตามข้อ 1, 4, 5, 10 และ 11 ของ MOU ฉบับนี้ ตลอดจนมีการดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะเริ่มเปิดการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงขั้นสุดท้าย โดยมุ่งเน้นเฉพาะประเด็นในข้ออื่น ๆ ที่เหลืออยู่

14. ข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะได้รับการรับรองผ่านมติที่มีผลผูกพันทางกฎหมายของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ