ย้อนไทม์ไลน์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ตั้งแต่เปิดปฏิบัติการโจมตี สู่การบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

ข่าวต่างประเทศ Friday June 19, 2026 13:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นับเป็นเวลากว่า 100 วันหลังจากที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ในที่สุด ทั้งสองฝ่ายก็ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อยุติสงคราม

ความขัดแย้งครั้งนี้มีอิสราเอล กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และกลุ่มอื่น ๆ ในภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในตะวันออกกลางในรอบหลายปี โดยมีจุดปะทุสำคัญอยู่ที่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมันทั่วโลก

สำนักข่าวซินหัวได้สรุปไทม์ไลน์ของความขัดแย้งดังต่อไปนี้

28 กุมภาพันธ์

- สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในขณะนั้น และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ เสียชีวิต

- กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เปิดฉากโจมตีตอบโต้ โดยยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่ฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง รวมถึงเป้าหมายในอิสราเอล

1 มีนาคม

- รัฐบาลอิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของอาลี คาเมเนอี และประกาศไว้ทุกข์ทั่วประเทศ โดยการจากไปของเขาในฐานะหนึ่งในผู้นำที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในตะวันออกกลาง ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอิหร่านและทั่วทั้งภูมิภาค

2 มีนาคม

- สื่ออิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ และจะโจมตีเรือที่พยายามผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าว

- กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนได้ยิงจรวดและโดรนโจมตีอิสราเอลเพื่อตอบโต้กรณีการสังหารอาลี คาเมเนอี ส่งผลให้อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทั่วเลบานอน

3 มีนาคม

- กองทัพอิสราเอลประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้เปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินรุกเข้าสู่พื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดตั้ง "เขตความมั่นคง"

8 มีนาคม

- สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านประกาศเลือก โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอาลี คาเมเนอี ให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

13 มีนาคม

- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ของอิหร่าน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันที่สำคัญ

18 มีนาคม

- สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของ อาลี ลาริจานี เลขาธิการของสภาฯ ขณะเดียวกัน มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ก็ยืนยันว่า เอสมาอิล คาติบ รัฐมนตรีข่าวกรอง เสียชีวิตจากการโจมตี

21 มีนาคม

- ปธน.ทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนที่จะเลื่อนกำหนดการโจมตีออกไปถึงสองครั้ง โดยครั้งแรกเลื่อนออกไป 5 วัน และครั้งที่สองอีก 10 วัน เมื่อวันที่ 23 และ 26 มีนาคม ตามลำดับ

- สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่เมืองนาทานซ์ของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้เข้าใส่เป้าหมายทางตอนใต้ของอิสราเอล

3 เมษายน

- กองกำลังอิหร่านยิงสอยเครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ ตกทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องเปิดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยทางทหารครั้งใหญ่ โดยระดมทั้งหน่วยรบพิเศษและอากาศยานเข้าร่วมภารกิจ ลูกเรือคนหนึ่งได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกคนหนึ่งต้องใช้เวลาค้นหาก่อนช่วยเหลือออกมาได้ และสหรัฐฯ สูญเสียอากาศยานเพิ่มเติมระหว่างภารกิจนี้

8 เมษายน

- สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ขณะที่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุในเวลาต่อมาว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงเลบานอน ทำให้การสู้รบในพื้นที่ยังคงดำเนินต่อไป

- อิสราเอลโจมตีทางอากาศหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม โดยระดมโจมตีทางอากาศมากกว่า 100 ครั้งภายในเวลาเพียง 10 นาที โดยมีเป้าหมายเป็นที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

11 เมษายน

- เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่านได้จัดการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยคณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ขณะที่ฝ่ายอิหร่านนำโดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน อย่างไรก็ตาม แม้มีการเจรจาอย่างเข้มข้นถึงสามรอบ แต่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้

12 เมษายน

- ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มปิดล้อมเรือที่พยายามเดินทางเข้าหรือออกช่องแคบฮอร์มุซ และจะทำลายเรือของอิหร่านทุกลำที่เข้าใกล้บริเวณดังกล่าว

16 เมษายน

- เลบานอนและอิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน โดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลางในการเจรจา ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นการพักรบครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือนของการปะทะกันระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 คน

23 เมษายน

- ปธน.ทรัมป์มีคำสั่งให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ทำลายเรือของอิหร่านทุกลำที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

3 พฤษภาคม

- สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ "Project Freedom" เพื่อคุ้มกันเรือพาณิชย์ให้สามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการดังกล่าวถูกระงับในเวลาต่อมา โดยปธน.ทรัมป์อ้างถึงความคืบหน้าในการเจรจากับอิหร่าน

15 พฤษภาคม

- อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 45 วัน

3 มิถุนายน

- อิสราเอลและเลบานอนบังคับใช้มาตรการหยุดยิง และเห็นพ้องกันในการเดินหน้าจัดตั้ง "เขตนำร่อง" ในเลบานอน ซึ่งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะไม่มีบทบาทหรือกองกำลังอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และกองทัพเลบานอนจะเข้าควบคุมพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ

7 มิถุนายน

- อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศเขตชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธหลายระลอกเข้าใส่เป้าหมายในอิสราเอล

11 มิถุนายน

- กองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา ซึ่งเป็นกองบัญชาการทหารหลักของอิหร่าน ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์

- กองกำลังอิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดน เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้

14 มิถุนายน

- ปากีสถานประกาศว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพแล้ว ภายหลังการเจรจาอย่างเข้มข้น โดยทั้งสองฝ่ายได้ออกมายืนยันข้อตกลงดังกล่าวในเวลาต่อมา

- อิหร่านระบุว่าจะเข้าสู่ช่วงการเจรจาเป็นเวลา 60 วันกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร โดยมีเงื่อนไขว่าสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีเบื้องต้นให้ครบถ้วน

18 มิถุนายน

- ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เริ่มนับถอยหลัง 60 วันสู่การบรรลุข้อตกลงถาวรเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกัน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ