เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยว่า การประชุมระหว่างคณะผู้แทนอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์ (19 มิ.ย.) ได้ถูกเลื่อนออกไป โดยขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างเตรียมการสำหรับการประชุมครั้งใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การหารือเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปของการเจรจายังคงดำเนินการผ่านคนกลาง และจะมีการประกาศกำหนดการใหม่เมื่อเงื่อนไขต่าง ๆ มีความพร้อม
บาเกอีกล่าวว่า การประชุมที่เดิมถูกกำหนดขึ้นในวันศุกร์เพื่อใช้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) และหารือแนวทางการเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงฉบับสุดท้าย แต่ภายหลังประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในเอกสารดังกล่าวผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) ทำให้ความจำเป็นเร่งด่วนของการประชุมลดลง
เขาระบุเพิ่มเติมว่า การเริ่มต้นกระบวนการเจรจาตามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการดำเนินการตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ก่อน ซึ่งรวมถึงการยุติสงครามและปฏิบัติการทางทหารในทุกพื้นที่ รวมถึงเลบานอน การยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือเดินทะเลผ่านได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน การอนุญาตให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง รวมถึงการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้
นอกจากนี้ บาเกอียังปฏิเสธรายงานที่ระบุว่า อิหร่านได้เชิญทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เข้าตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ของประเทศ โดยยืนยันว่า การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจะมีขึ้นภายใน 60 วันตามกรอบของ MoU หากเงื่อนไขเบื้องต้นต่าง ๆ ได้รับการปฏิบัติตาม
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อิหร่านจะยังคงรักษาสถานะโครงการนิวเคลียร์ในระดับปัจจุบัน และจะอนุญาตให้ IAEA เข้าตรวจสอบเฉพาะบางแห่ง เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บูเชห์ร ขณะที่การเข้าถึงสถานที่อื่น ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกปฏิเสธภายหลังการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล จะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าและผลลัพธ์ของกระบวนการเจรจาในอนาคต