ศาลฎีกาญี่ปุ่นมีคำพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้ยุบโบสถ์แห่งความสามัคคี (Unification Church) โดยระบุว่าการยุบกลุ่มทางศาสนาดังกล่าวเป็น "สิ่งที่จำเป็นและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้"
เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์กรุงโตเกียวมีคำสั่งให้ยุบโบสถ์แห่งความสามัคคี หลังศาลวินิจฉัยว่าการระดมเงินบริจาคของกลุ่มมีลักษณะมิชอบ และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้เสียหาย ต่อมาโบสถ์แห่งความสามัคคีได้ยื่นฎีกา โดยแย้งว่าคำสั่งของศาลอุทธรณ์ขัดต่อเสรีภาพในการนับถือศาสนาที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ (22 มิ.ย.) องค์คณะย่อยที่ 3 ของศาลฎีกาญี่ปุ่นได้มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยุบโบสถ์แห่งความสามัคคี
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า โบสถ์แห่งความสามัคคีถูกตรวจสอบอย่างหนักจากความสัมพันธ์กับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ โดยชายที่มีความโกรธแค้นต่อกลุ่มดังกล่าว
ทั้งนี้ เท็ตสึยะ ยามากามิ มือปืนผู้ก่อเหตุลอบสังหารอดีตนายกฯ อาเบะ ระหว่างการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2565 อ้างว่าปู่ของอาเบะมีส่วนในการนำโบสถ์แห่งความสามัคคีเข้ามาเผยแพร่ในญี่ปุ่น โดยยามากามิถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนม.ค.ที่ผ่านมา