พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล และพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ได้ยื่นร่างกฎหมายต่อรัฐสภาในวันนี้ (24 มิ.ย.) เพื่อจัดตั้ง "เมืองหลวงแห่งที่สอง" ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำรองของกรุงโตเกียวในกรณีที่เกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ และเพื่อกระจายอำนาจจากส่วนกลาง
พรรค LDP และพรรค JIP ตั้งเป้าผลักดันให้ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบก่อนสิ้นสุดสมัยประชุมรัฐสภาปัจจุบันในวันที่ 17 ก.ค. เพื่อให้พรรค JIP ซึ่งมีฐานเสียงอยู่ที่โอซาก้า สามารถเดินหน้าแผนการปฏิรูปโครงสร้างนครโอซาก้าให้กลายเป็นมหานครในลักษณะเดียวกับกรุงโตเกียว ด้วยการจัดตั้งระบบเขตพิเศษขึ้นภายในเมือง
กฎหมายเกี่ยวกับเมืองหลวงแห่งที่สองเป็นหนึ่งในข้อตกลงร่วมรัฐบาลระหว่างพรรค LDP กับพรรค JIP ที่ลงนามเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว โดยการสนับสนุนจากพรรค JIP ในครั้งนั้น ช่วยให้ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้รับเลือกจากรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า แผนการจัดตั้งมหานครโอซาก้าของพรรค JIP เคยถูกคัดค้านจากพรรค LDP ในการลงประชามติที่นครโอซาก้าสองครั้ง ในปี 2558 และ 2563 ดังนั้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้การลงประชามติครั้งใหม่ได้รับความเห็นชอบ พรรค JIP จึงได้เสนอขยายขอบเขตการลงประชามติให้ครอบคลุมผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วจังหวัดโอซาก้า ไม่ใช่แค่ในนครโอซาก้า และในเบื้องต้น ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รวมบทบัญญัติเพิ่มเติมที่อนุญาตให้มีการลงประชามติทั่วจังหวัดด้วย อย่างไรก็ดี บทบัญญัติดังกล่าวถูกตัดออกไป หลังสมาชิกพรรค LDP บางส่วนทักท้วงว่า การให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วจังหวัดลงมติเพื่อตัดสินอนาคตของนครโอซาก้า อาจขัดต่อหลักการปกครองตนเองที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้รัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ กระแสนิยมในตัวทาคาอิจิส่งผลให้พรรค LDP และพรรค JIP คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนก.พ. โดยครองที่นั่งมากกว่า 3 ใน 4 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 2 ใน 3 ที่จำเป็นต่อการลงมติหักล้างสภาสูง ซึ่งหมายความว่า พรรครัฐบาลสามารถผลักดันร่างกฎหมายต่าง ๆ ให้ผ่านออกมาเป็นกฎหมายได้ แม้ว่าสภาสูงจะไม่เห็นด้วยก็ตาม