เกาหลีใต้รุกปั้น "นักรบโดรน" 500,000 นาย รับมือเกาหลีเหนือ

ข่าวต่างประเทศ Friday June 26, 2026 17:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ประกาศในวันนี้ (26 มิ.ย.) ว่า มีแผนเร่งขยายขีดความสามารถด้านโดรนและระบบต่อต้านโดรนเพื่อรับมือเกาหลีเหนือ โดยตั้งเป้าฝึกทหารให้เป็น "นักรบโดรน" จำนวน 500,000 นาย พร้อมกระจายระบบไร้คนขับหลายหมื่นชุดเข้าประจำการในหน่วยรบแนวหน้า

อัน คยู-แบ็ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยแผนการผลิตโดรนภายในปี 2572 ซึ่งมีการปรับเป้าหมายลงจากเดิม 110,000 ลำ มาอยู่ที่ประมาณ 60,000 ลำ โดยจะเริ่มบรรจุเข้าประจำการในกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และนาวิกโยธินราว 11,000 ลำภายในปี 2569 พร้อมเสริมว่า ทหารควรใช้งานโดรนได้เสมือนเป็น "อาวุธประจำกายชิ้นที่สอง"

นอกจากนี้ รมว.กลาโหมระบุด้วยว่า เกาหลีใต้จะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ 100% แทนการใช้ชิ้นส่วนจากจีน เพื่อปิดช่องโหว่ด้านความมั่นคง พร้อมเตือนว่า เกาหลีเหนือเองก็กำลังพัฒนาระบบไร้คนขับ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อฐานทัพและพื้นที่พลเรือนในเกาหลีใต้

"การใช้โดรนราคาถูกจำนวนมหาศาลกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของสงครามไปอย่างสิ้นเชิง" อันกล่าว ซึ่งในเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมรายหนึ่งเผยว่า กองทัพจะเร่งจัดหาโดรนราคาถูกประเภทใช้แล้วทิ้งกว่า 2 หมื่นลำ พร้อมนำระบบฝูงบินโดรนที่ขับเคลื่อนด้วย AI และอาวุธนำวิถีแบบวนเวียนมาใช้งาน

สำหรับแผนยกระดับครั้งนี้ ครอบคลุมถึงการขยายระบบต่อต้านโดรน ทั้งอาวุธเลเซอร์และไมโครเวฟกำลังสูง พร้อมปรับโครงสร้างการปฏิบัติการให้แต่ละเหล่าทัพสามารถเฝ้าระวังและโจมตีได้ด้วยตนเองโดยใช้โดรน แทนการพึ่งพาสั่งการจากศูนย์กลางเพียงจุดเดียว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง หลังศาลตัดสินจำคุกอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล 30 ปี กรณีส่งโดรนรุกล้ำน่านฟ้าเกาหลีเหนือ ซึ่งอัยการชี้ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความชอบธรรมในการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อปี 2567 ส่งผลให้รัฐบาลของประธานาธิบดี อี แจ-มยอง สั่งยุบหน่วยบัญชาการปฏิบัติการโดรนเดิม และเตรียมจัดตั้งองค์กรใหม่ที่เน้นด้านนโยบายและการพัฒนาขีดความสามารถ โดยปล่อยให้การปฏิบัติการเป็นหน้าที่ของหน่วยทหารแต่ละส่วน

อีกหนึ่งปัจจัยกดดันสำคัญคือวิกฤตประชากรลดลง ซึ่งบีบให้กองทัพต้องพึ่งพาระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีไร้คนขับมากขึ้น เพื่อรักษาขีดความสามารถในการรบให้ยั่งยืน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ